เทคนิคการแพทย์ ชี้ “วัณโรค”น่ากลัวกว่าเอดส์ แค่ตะโกนใส่กันก็ติดแล้ว

0
234

นักเทคนิคการแพทย์ชาวไทย จากสถาบันสเตท เซรุ่ม (Statens Serum Institule) ประเทศเดนมาร์ก ระบุการกลับมาของวัณโรคในปัจจุบัน เป็นเรื่องน่ากลัวมากที่สุด ปัจจัยสำคัญคือภาวะดื้อยาและวัฒนธรรมการกินที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ แค่ตะโกนใส่กันก็ติดได้แล้ว ถ้ารักษาไม่หายก็เหมือนเอชไอวีที่พร้อมจะปะทุทุกเมื่อ แนะประกาศให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ

เมื่อวันที่ 22 ก.ย.61 หนังสือพิมพ์มติชน ได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง “วัณโรค 2018 ระเบิดเวลาที่รอปะทุ เตือนดังๆ จาก ‘สุชาดา สวัสดิ์เอื้อ’ เทคนิคการแพทย์ ‘สเตท เซรุ่ม’” โดยระบุคำให้สัมภาษณ์ของ สุชาดา สวัสดิ์เอื้อ  เกี่ยวกับเชื้อวัณโรคว่า การกลับมาของวัณโรคในปัจจุบัน เป็นเรื่องน่ากลัวมากที่สุดเพราะแทบจะหยุดไม่อยู่แล้ว ปัจจัยสำคัญที่ทำให้วัณโรคทวีความน่ากลัวยิ่งขึ้นคือภาวะดื้อยา และวัฒนธรรมการกินของคนเอเชียที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย  ซึ่งจำเป็นต้องประกาศให้การฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติเพราะร่างกายเราแทบไม่มีภูมิต้านทานโรคแล้ว 

สุชาดา สวัสดิ์เอื้อ ภาพจาก นสพ.มติชน

บทความ ได้อ้างคำให้สัมภาษณ์ของสุชาดา ต่อไปว่า ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตด้วยเชื้อวัณโรคมากกว่าเป็นเอดส์เนื่องจาก 1.ไม่ได้ฉีดวัคซีน 2.มีภูมิต้านทานในร่างกายต่ำ 3. เป็นติดต่อกันมาแล้วไม่รักษา ฉะนั้นเปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตด้วยวัณโรคจึงมากขึ้น และทุกวันนี้มีผู้ป่วยเอดส์เพิ่มมากขึ้น เมื่อเป็นเอดส์แล้วโรคแรกที่จะต้องเจอคือวัณโรค ฉะนั้นตัวเลขผู้เสียชีวิตด้วยวัณโรคจึงมีมากกว่าเสียชีวิตด้วยเอดส์

“เอดส์ที่มองกันว่าน่ากลัว แต่วัณโรคน่ากลัวกว่า เพราะแค่ตะโกนใส่กันก็ติดได้แล้ว และถ้ารักษาไม่หายก็เหมือนเอชไอวีที่พร้อมจะปะทุทุกเมื่อ” บทความระบุคำกล่าวของสุชาดาในตอนหนึ่ง

บทความยังได้ระบุคำให้สัมภาษณ์ของสุชาดาอีกว่า ที่เดนมาร์กมีแล็บ 3 แห่ง มีประชากรแค่ 6 ล้านคน ขณะที่ประเทศไทยมีห้อง lab จำนวนไม่มาก แต่ประชากร 60 ล้านคน ทำให้เกิดความไม่สมดุลย์ของการรักษา สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือ จำนวนบุคลากรเพียงพอไหม ห้องแล็ปพอไหมที่จะรับมือ และการที่ยาที่มีราคาแพง ก็ทำให้อัตราการเสียชีวิตของเอเชียมีมากจนล้น ขณะเดียวกันไทยรวมทั้งประเทศในเอเชียอื่นใช้ยาปฏิชีวนะกันมานานมาก ซึ่งเป็นอีกโรคหนึ่งที่ทำให้เกิดความยากลำบากของการรักษามากขึ้น น่ากลัวมาก หมอสู้ไม่ไหว

ทั้งนี้ บทความดังกล่าว ระบุว่า สุชาดา สวัสดิ์เอื้อ เป็นนักเทคนิคการแพทย์ชาวไทยเพียงคนเดียวในทีมตรวจวิจัยเชื้อโรคที่มีความร้ายแรงทุกชนิด ในห้องปฏิบัติการ คลาส 3 ของสถาบันสเตท เซรุ่ม (Statens Serum Institule) กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเชื้อก่อโรคตั้งแต่ไวรัส แบคทีเรีย ไมโครแบคทีเรีย มัยโคพลาสม่า ซึ่งห้องปฏิบัติการดังกล่าว ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก ว่าเป็นหนึ่งในห้าแห่งของโลกที่ยอดเยี่ยมที่สุด ให้ผลวิจัยที่เที่ยงตรงไม่ปนเปื้อนเชื้ออื่น

อนึ่ง เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศให้วัณโรคดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรงมาก (XDR-TB) เป็นโรคติดต่ออันตราย ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งจะต้องรายงานภายในระยะเวลาที่กำหนด หลังตรวจพบทางห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้ป่วยโรคนี้ได้รับการรักษาพยาบาลอย่างถูกต้องครบถ้วนตามมาตรฐานสากล รวมถึงการนำผู้สัมผัสโรค มารับการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว และเข้าสู่กระบวนการรักษาพยาบาลได้ทันที ซึ่งการประกาศเป็นโรคติดต่ออันตราย จะทำให้สามารถใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นของผู้ป่วยเพื่อประโยชน์ในการควบคุมวัณโรคดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรงมาก ลดการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรคในหมู่ประชาชน ตลอดจนเพิ่มความครอบคลุมในการค้นหาและตรวจคัดกรองผู้สัมผัสโรค และสนับสนุนช่วยเหลือผู้ป่วยและครอบครัวให้ได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติ

ขณะที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยโตเกียว แถลงเมื่อต้นเดือน กย.61 นี้ว่า ได้พัฒนาห้องปฏิบัติการวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมของเชื้อวัณโรค จนสามารถตรวจหาลำดับเบสทั้งจีโนม ของเชื้อวัณโรคด้วยเทคนิควิเคราะห์ลำดับเบสรุ่นใหม่ (Next Generation Sequencing) ได้สำเร็จเป็นแห่งแรกของประเทศไทย ทำให้การตรวจหาการกลายพันธุ์ (mutation) ของเชื้อวัณโรคเป็นไปอย่างรวดเร็ว และทราบสายพันธุ์ของเชื้อวัณโรค ช่วยวางแผนการสอบสวนการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรค และทราบภาวะดื้อต่อยาต้านวัณโรคที่ครอบคลุมทั้งยาต้านวัณโรคแนวที่ 1 (first-line) และแนวที่ 2 (second-line) เพื่อเป็นแนวทางพิจารณาสูตรยาที่เหมาะสมในการรักษาผู้ป่วยวัณโรค เพื่อลดปัญหาวัณโรคดื้อยาในประเทศ

(ข้อมูลประกอบข่าว : นสพ.มติชน, สำนักสารนิเทศ กระทรวงสาธารณสุข และเนชั่นทีวี)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here