เปิดตัว ดร.สลักจิต ชุติพงษ์วิเวท ผู้ท้าชิงเก้าอี้นายกสมาคมฯ

0
1041

คณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งนายกสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ฯ วาระ พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๖๔ ประกาศรายชื่อผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งและหมายเลขประจำตัวแล้ว เมื่อค่ำวันที่ ๒๒ มค.ที่ผ่านมาว่า มีผู้สมัครเพียง ๒ คน ได้แก่ “ดร.สลักจิต ชุติพงษ์วิเวท” หมายเลข ๑ และ “สมชัย เจิดเสริมอนันต์” หมายเลข ๒

ชื่อ “สมชัย เจิดเสริมอนันต์” ผู้สมัครหมายเลข ๒ ในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นชื่อที่เทคนิคการแพทย์เกือบทั้งประเทศคุ้นชิน และรู้จักกันเป็นอย่างดี ชนิดที่แทบจะไม่ต้องแนะนำอะไรกันเลย  เพราะไม่เพียงแต่เป็นนายกสมาคมฯ คนปัจจุบัน หากแต่ในช่วง ๒ ทศวรรษที่ผ่านมา ยังเป็นผู้มีบทบาทอย่างสูงต่อวิชาชีพเทคนิคการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากจะเคยเป็นเลขาธิการสมาคมฯ ไม่ต่ำกว่า ๖ สมัยติดต่อกันแล้ว ยังเคยเป็นเลขาธิการสภาเทคนิคการแพทย์ ต่อเนื่องมาถึง ๔ สมัยอีกด้วย มีผลงานเป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งถ้าเป็นนักมวยก็ต้องถือว่ามี “แต้มต่อ” คู่ต่อสู้อยู่พอสมควรทีเดียว

ในส่วนของผู้สมัครหมายเลข ๑ อาจถูกตั้งคำถามด้วยความสงสัยจากเทคนิคการแพทย์รุ่นใหม่ๆ ว่า “ดร.สลักจิต ชุติพงษ์วิเวท” เป็นใคร? เหตุใดจึงหาญกล้าลงมาท้าชิงเก้าอี้สำคัญของวิชาชีพในครั้งนี้ แต่สำหรับเทคนิคการแพทย์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควรแล้ว ย่อมจะทราบดีว่า “ดร.สลักจิต” ไม่ใช่คนหน้าใหม่ในวงการแต่อย่างใด

ยิ่งโดยเฉพาะคนที่เติบโตมาจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้วยแล้ว ยิ่งรู้จัก “ดร.สลักจิต” ในฐานะเคยเป็นอดีตผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ชลบุรี เป็นอย่างดี

ดร.สลักจิต ชุติพงษ์วิเวท ผู้นี้ มีประสบการณ์ในการทำงานวิชาชีพมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ตั้งแต่การปฏิบัติงานในหน้าที่ นักเทคนิคการแพทย์ ในห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา,เคมีคลินิก เป็นเวลามากกว่า ๑๐ ปี และปฏิบัติงานในฐานะหัวหน้าห้องปฏิบัติการไวรัสวิทยาและหัวหน้ากลุ่มงานพยาธิวิทยาคลินิค เป็นเวลา ๒๐ ปี ทำหน้าที่หัวหน้าโครงการวิจัยระดับกรมฯ เป็น เวลา ๕ ปี พร้อมทั้งดูแลเครือข่ายห้องปฏิบัติการด้านเทคนิคการแพทย์มาเป็นเวลาถึง ๓๐ ปี

ทั้งยังเป็นผู้นำระบบมาตรฐาน เข้ามาพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลในเขตภาคเหนือ และเป็นผู้นำด้านการวิจัยระดับประเทศและมีการบูรณาการงานวิจัยร่วมกับพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อมาปฏิบัติงานในระดับกรมฯ ก็ได้สนับสนุนให้มีโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเทคนิคการแพทย์ในส่วนภูมิภาคอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ที่สำคัญ ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ภูมิคุ้มกันวิทยา) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และรักษาการในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิด้านคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข ที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน  จึงทำให้ ดร.สลักจิต เป็นผู้ทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง และได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการแพทย์ที่สำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบงานห้องปฏิบัติการด้านการแพทย์ การพัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการ, การพัฒนายุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนแนวทางความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนางานทางวิชาชีพเทคนิคการแพทย์, การพัฒนาและขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข, การพัฒนาทรัพยากรบุคคล, การกำหนดกรอบอัตรากำลังและวางแผนการบริหารกำลังคน รวมถึงการขับเคลื่อนและบูรณาการตามภารกิจสำคัญกระทรวงสาธารณสุข และการพัฒนางานสาธารณสุขเขตพื้นที่เครือข่ายบริการสุขภาพ  ตลอดจนการเป็นที่ปรึกษาคณะทำงานจัดประชุมนานาชาติเพื่อการพัฒนาระบบห้องปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ภายใต้วาระความมั่นคงสุขภาพโลก (Global Health Security  Agenda: National Laboratory System)

ด้วยศักยภาพและความสามารถเฉพาะตัว ดร.สลักจิต จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการ/อนุกรรมการ/คณะทำงานมากถึง ๙๓ คณะ จึงถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในวิชาชีพ และมีส่วนสำคัญในการพัฒนาและยกระดับวิชาชีพมาอย่างต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในจำนวนนักเทคนิคการแพทย์เพียงไม่กี่คน ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขเช่นนี้

ไม่เพียงเท่านั้น ดร.สลักจิต ยังเคยเป็นกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์มาแล้วสมัยหนึ่ง  ปัจจุบันได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นผู้แทนปลัดกระทรวง ในคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ชุดปัจจุบัน และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมการประกอบวิชาชีพ สภาเทคนิคการแพทย์ อีกด้วย ซึ่งการเป็นข้าราชการระดับสูง และมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับกระทรวงสาธารณสุข น่าจะส่งผลดีต่อวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

การตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมเทคนิคการแพทย์ฯ ในครั้งนี้ ดร.สลักจิต คงจะมองเห็นโอกาสในการพัฒนาวิชาชีพอยู่พอสมควร และเชื่อมั่นว่า ด้วยศักยภาพที่ตนเองและทีมงานมีอยู่ จะสามารถใช้ประสบการณ์ทั้งทางด้านวิชาชีพ และด้านบริหารที่มีมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน นำพาวิชาชีพนี้ให้เจริญก้าวหน้าไปในทิศทางที่ควรจะเป็นได้

ขึ้นอยู่กับว่าสมาชิก จะให้โอกาสเข้ามาทำงานวิชาชีพนี้หรือไม่เท่านั้น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here