“นิทัศน์ น้อยจันอัด”: ความภาคภูมิใจของสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยขอนแก่น ความภาคภูมิใจของเทคนิคการแพทย์

0
179

งาน “คืนสู่เหย้า เรารัก ม.ข.” ณ ศาลาพระราชทานปริญญาบัตร (เดิม) มหาวิทยาลัยขอนแก่น วันนี้ (26 ม.ค.) ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 47 คน จะเข้ารับโล่รางวัล“ศิษย์เก่าแห่งความภาคภูมิใจ”ประจำปี 2560 จากสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ในจำนวนนี้ ทนพญ.สมพิศ ปินะเก ศิษย์เก่า มข.รุ่นที่ 16 และ ทนพ.นิทัศน์ น้อยจันอัด ศิษย์เก่า ม.ข.รุ่นที่ 18 คณะเทคนิคการแพทย์ ซึ่งสมาคมศิษย์เก่าเทคนิคการแพทย์และกายภาพบำบัดเป็นผู้เสนอชื่อ ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ได้รับรางวัลศิษย์เก่าแห่งความภาคภูมิใจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี 2560 ครั้งนี้ด้วย

“นิทัศน์ น้อยจันอัด” เป็นศิษย์เก่าเทคนิคการแพทย์  มข.รุ่นที่ 3  สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตรบัณฑิต (เทคนิคการแพทย์)  จากคณะเทคนิคการแพทย์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นิติศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช  และรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ รพ.หนองหาน จ.อุดรธานี และประธานชมรมเทคนิคการแพทย์ชุมชนแห่งประเทศไทย เคยเป็นคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ 2 สมัย รวมทั้งเป็นคณะกรรมการ/อนุกรรมการ/คณะทำงานด้านต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุขอีกหลายคณะ

“นิทัศน์” มีบทบาทเด่นในเรื่องเป็นแกนนำในการต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้สายงานเทคนิคการแพทย์ ทั้งการบรรจุเข้ารับราชการของเทคนิคการแพทย์ลูกจ้างชั่วคราว, การปรับตำแหน่งของเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่มีคุณวุฒิเทคนิคการแพทย์ และการเรียกร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องค่าตอบแทนต่างๆ

ตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา “นิทัศน์” ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารโรงพยาบาลหนองหาน  ทำหน้าที่ให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะหรือแสดงเหตุผลทั้งกรณีเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและราชการ เป็นที่ยอมรับของผู้อำนวยการและกรรมการบริหารตลอดมา นอกจากนี้ยังเป็นที่พึ่งของลูกจ้าง ข้าราชการ ในการรับฟังปัญหาความเดือดร้อน/ขอความช่วยเหลือเป็นปากเสียงแทนกลุ่มบุคลากรดังกล่าว นำเรียนผู้อำนวยการและกรรมการบริหาร จนถึงปัจจุบัน

ปฐมบทแห่งการต่อสู้เรียกร้องเรื่องความเป็นธรรมให้สายงานเทคนิคการแพทย์ ที่ “นิทัศน์” ดำเนินการคือ การขอค่าตอบแทนให้บุคลากรห้องปฏิบัติการที่ขึ้นเวร On call สำเร็จเป็นแห่งแรกของโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) ในจ.อุดรธานี ซึ่งเป็นต้นแบบให้ รพช.หลายแห่งในจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดอื่นๆขอแนวทางไปดำเนินการ ทั้งนี้เดิมที่ผ่านมาถ้าไม่มีการทดสอบก็เบิกไม่ได้ แต่บุคลากรก็ต้องมา standbyอยู่เวร On call ไปไหนไม่ได้ ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของบุคลากร

บทบาทของ “นิทัศน์” โดดเด่นถึงขีดสุด เมื่อมีการจัดตั้งชมรมเทคนิคการแพทย์ชุมชนแห่งประเทศไทยขึ้นในปี 2553 และได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานชมรม  ซึ่งต่อมาต่อมาในปี 2557 ได้มีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการชมรม โดยรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ลงนามแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ ทำให้สถานะของชมรมได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างเป็นทางการ

ปี 2554 ชมรมเทคนิคการแพทย์ชุมชน ภายใต้การนำของ“นิทัศน์” ได้ยื่นหนังสือถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุขขอความเป็นธรรมในการแต่งตั้งเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์เป็นนักเทคนิคการแพทย์ และขอความเป็นธรรมให้บรรจุลูกจ้างเป็นข้าราชการ และต่อมาได้ขอให้ลูกจ้างได้รับเงินเดือน 15,000 บาท เช่นเดียวกันกับข้าราชการและพนักงานราชการด้วย  

ในเรื่องนี้ “นิทัศน์” ได้เป็นแกนนำกลุ่มเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ (จพว.) ที่จบ ป.ตรีเทคนิคการแพทย์เข้าพบรองปลัดกระทรวงเป็นระยะเพื่อติดตามเรื่องและยังได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงสำนักงานก.พ.ขอปรับปรุง การกำหนดตำแหน่งจากประเภททั่วไป (เจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์) ที่มีคนครองอยู่ เป็นประเภทวิชาการ (นักเทคนิคการแพทย์)  เมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่งไม่มีความคืบหน้าใดๆจึงขอเข้าพบ นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ในขณะนั้น เพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ทั้ง 2 กลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อน และต่อมายังได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าว ต่อนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมช.สธ.) ในขณะนั้นอีกครั้ง เป็นการติดตามเรื่องอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับทราบและช่วยผลักดัน

อย่างไรก็ตาม แม้จะเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อ รมว./รมช.สธ. แล้วก็ตาม  แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอยู่ดี  ดังนั้น “นิทัศน์” จึงนำตัวแทนเทคนิคการแพทย์ เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี ในคราวประชุม ครม.สัญจรที่อุดรธานี เพื่อเป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเป็นการยื่นหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาลำดับสูงสุด ตามขั้นตอน

ปี 2555 “นิทัศน์” นำเทคนิคการแพทย์ที่เดือดร้อนทั้ง 2 กลุ่ม เข้าร่วมชุมนุมกับพยาบาลที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามเรื่องการบรรจุลูกจ้างเป็นข้าราชการโดยมีการแบ่งกลุ่มไปยื่นหนังสือกับ ครม.สัญจรที่ชลบุรีด้วย และได้เดินทางไปยังสำนักงานก.พ.เพื่อยืนหนังสือติดตามความคืบหน้าเช่นกัน

จากการเรียกร้องขอความเป็นธรรมอย่างต่อเนื่องของ “นิทัศน์” ร่วมกับวิชาชีพอื่นๆ จึงเป็นผลให้ ครม.มีมติอนุมัติการบรรจุลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุข อัตราใหม่ ปีละ 7,547 เป็นเวลา 3 ปี โดยเริ่มบรรจุผู้ที่ทำงานปี 2551 ลงไปก่อน มีลูกจ้างและพนักงานราชการตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์ได้ทยอยบรรจุ จนถึงปี 2558 จำนวน 951 คน ส่วนกลุ่มเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ทยอยปรับตำแหน่งตั้งแต่กลางปี 2556 เป็นต้นมา นับเป็นความสำเร็จเบื้องต้นที่น่ายินดี แม้จะยังมีปัญหาค้างคาอยู่บ้างก็ตาม

ความสำเร็จของการเรียกร้องครั้งนี้ ทำให้ จพว.และนักเทคนิคการแพทย์ลูกจ้างชั่วคราว มีความซาบซึ้งใจ จึงได้รวบรวมเงินกันไปซื้อแหวนทองคำ และนำมามอบให้ “นิทัศน์” เพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยเหลือให้ได้ปรับตำแหน่งและได้บรรจุเป็นข้าราชการ  เบื้องต้น “นิทัศน์” ปฏิเสธที่จะรับ และบอกว่าที่ช่วยผลักดันเรื่องนี้ให้ไม่ได้หวังสิ่งใดตอบแทน สิ่งที่อยากได้คือ จพว.ได้ปรับตำแหน่ง และนักเทคนิคการแพทย์ลูกจ้างชั่วคราวได้บรรจุเป็นข้าราชการ แค่นี้ก็มีความสุขความพอใจร่วมด้วยแล้ว แต่กลุ่ม จพว.และเทคนิคการแพทย์ลูกจ้างชั่วคราวแจ้งว่าได้เตรียมการไว้นานแล้วด้วยความยินดีและเต็มใจที่อยากมอบให้ สุดท้าย “นิทัศน์” จึงจำเป็นต้องรับไว้

แม้เบื้องต้นจะประสบความสำเร็จในการต่อสู้เรียกร้องขอความเป็นธรรมให้สายงานเทคนิคการแพทย์แล้ว  “นิทัศน์” ก็ยังคงทำหน้าที่ต่อสู้เรียกร้องต่อไป โดยในปี 2559 ได้ยื่นหนังสือในนามชมรมถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขอกำหนดกรอบจำนวนตำแหน่งสูงขึ้นตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลชุมชน เนื่องจากยังไม่เคยมีตำแหน่งระดับนี้มาก่อน หากสำเร็จจะได้เป็นขวัญกำลังใจกับผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ใน รพช.และไม่เป็นการเหลื่อมล้ำกับวิชาชีพอื่นๆและวิชาชีพเดียวกัน แต่ยังไม่มีการตอบรับจากกระทรวงแต่อย่างใด

นอกจากนี้ “นิทัศน์” ยังเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ จพว.ที่จบเทคนิคการแพทย์ ให้ได้รับสิทธิค่าตอบแทนที่พึงมีพึงได้  และยังได้เคลื่อนไหวเรียกร้อง เพื่อช่วยเหลือน้องเทคนิคการแพทย์ลูกจ้างชั่วคราวที่ยังไม่ได้รับการบรรจุ ให้ได้บรรจุเป็นข้าราชการอีกรอบ โดยเป็นผู้นำลูกจ้างเทคนิคการแพทย์ทั่วประเทศ มายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้บรรจุเป็นข้าราชการในนามเครือข่ายลูกจ้างชั่วคราวนักเทคนิคการแพทย์ หลังจากเคยยื่นในนามชมรมเทคนิคการแพทย์ไปก่อนหน้านี้แล้ว

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว เมื่อครั้งที่ “นิทัศน์” ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ ก็ได้นำเรื่องเงินค่าตอบแทน พตส. ที่ต้องการให้ได้รับสูงขึ้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อและไม่น่าอภิรมย์ และการขอตำแหน่งชำนาญการพิเศษให้มีมากขึ้นเพื่อความก้าวหน้าของผู้ประกอบวิชาชีพ เสนอต่อที่ประชุมสภาเทคนิคการแพทย์เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

รางวัลศิษย์เก่าแห่งความภาคภูมิใจที่ “นิทัศน์” ได้รับจากสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นในวันนี้  “นิทัศน์” คงไม่ใช่เพียงแค่ความภาคภูมิใจของมหาวิทยาลัยขอนแก่นเท่านั้น หากแต่เป็นความภาคภูมิใจของเทคนิคการแพทย์ทั่วประเทศด้วยเช่นกัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here