“องค์การวิทยาศาสตร์การแพทย์” ทางเลือกใหม่ของเทคนิคการแพทย์ ?

1
954

แม้จะผ่านร้อนผ่านหนาวยาวนานมาถึง 60 ปีแล้วก็ตาม แต่วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ก็ยังคงประสบปัญหาที่ยังแก้กันไม่ตก นั่นก็คือ ความมั่นคงและก้าวหน้าในวิชาชีพ  ซึ่ง ณ วันนี้ หนทางที่จะเดินไปบนเส้นทางสายราชการดูคล้ายจะตีบตันลงทุกที  “ลูกจ้างชั่วคราวเทคนิคการแพทย์” ที่รอรับการบรรจุเป็นข้าราชการยังมีอยู่นับพันราย ขณะที่กระแสข่าว Out Source Lab ก็เริ่มจะดังถี่ขึ้นทุกวัน

การแยกข้าราชการสาธารณสุขออกจาก กพ. ที่แพทยสภา เคยจุดพลุนำร่องไปเมื่อราว 7 ปีที่แล้ว ซึ่งเคยสร้างความหวังให้แก่เหล่าบรรดาลูกจ้างฯ ทั้งหลายนั้น ล่วงมาถึงวันนี้ ก็ดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ไม่ขยับไปไหน จนแทบจะไม่เหลือความหวังอะไรอีกแล้ว

แม้จะเคยมี “เทคนิคการแพทย์” ปรากฎอยู่ในสำนักบริหารสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข อันมีโอกาสใกล้ชิดผู้บริหารระดับสูงในกระทรวง ก่อให้เกิดประกายความหวังกับผู้คนในวิชาชีพนี้ได้พอสมควรในเวลานั้นมาก่อนก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ ที่ไม่ส่งผลอะไรกับวิชาชีพมากนัก

อนาคตของเทคนิคการแพทย์ในวันข้างหน้า จะเป็นอย่างไร จึงเป็นเรื่องที่เราทุกคนจะต้องร่วมกันคิด และหาทางออกร่วมกัน

จะทำอย่างไรให้เรามีที่ยืนอย่างมั่นคง มีเกียรติ และศักดิ์ศรี โดยไม่ต้องอิงแอบอยู่กับระบบราชการเพียงอย่างเดียว คือโจทย์ข้อใหญ่ที่ยังรอคำตอบ

ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เคยกล่าวถึงเทคนิคการแพทย์ว่า หากวิเคราะห์องค์กรและสถานะของวิชาชีพแล้ว จะพบว่ามีโอกาสมากในการที่จะพัฒนาให้เจริญเติบโตเช่นเดียวกับวิชาชีพอื่น พร้อมกับเสนอแนวคิดในการจัดตั้ง “องค์การวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข” ซึ่งจะทำหน้าที่ศึกษา วิจัย และพัฒนา รวมทั้งผลิตอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องมือตรวจวินิจฉัยให้แก่โรงพยาบาลของรัฐ เพื่อที่จะไม่ต้องสูญเสียงบประมาณในการนำเข้าจากต่างประเทศ เช่นเดียวกับการผลิตยาและวัคซีนขององค์การเภสัชกรรม และยังเป็นองค์กรควบคุมมาตรฐานของเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือตรวจวินิจฉัย เหมือน อย.หรือ FDA เพื่อที่วิชาชีพเทคนิคการแพทย์จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านสุขภาพ อย่างเต็มภาคภูมิ

องค์การวิทยาศาสตร์การแพทย์” ที่ผู้ใหญ่ท่านนี้ เปิดประเด็นไว้ นับเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง  และยิ่งหากนำไปวางเทียบเคียงกับ “องค์การเภสัชกรรม” แล้ว  ก็ยิ่งน่าสนใจในแง่ของความเป็นไปได้มากขึ้น

เมือพลิกไปดูความเป็นมาของ องค์การเภสัชกรรม แล้วพบว่า องค์การเภสัชกรรม เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2509 ตามพระราชบัญญัติองค์การเภสัชกรรม พ.ศ. 2509 เป็นการรวมกันของกองโอสถศาลาและกองงานเภสัชกรรม เพื่อผลิตยาและเวชภัณฑ์ภายในประเทศ แก้ปัญหาการนำเข้ายาจากต่างประเทศและส่งเสริมเภสัชอุตสาหกรรมภายในประเทศให้เจริญยิ่งขึ้น

นอกจากการผลิตและจำหน่ายยาแก่ประชาชนทั่วไปแล้ว องค์การเภสัชกรรมยังมีหน้าที่วิจัยยา เพื่อป้องกันรักษาโรคภัยที่เกิดขึ้นใหม่ รวมถึงการให้ความรู้ถึงวิธีการใช้ยาที่ถูกต้อง เหมาะสม รวมถึงเรื่องสุขอนามัยอื่นๆ แก่ประชาชน

ดังนั้น หากจะมี“องค์การวิทยาศาสตร์การแพทย์” ที่เป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มขึ้นอีกสักแห่ง ทำหน้าที่ศึกษา วิจัย และพัฒนา รวมทั้งผลิตอุปกรณ์การแพทย์ เครื่องมือตรวจวินิจฉัยให้แก่โรงพยาบาลของรัฐ  รวมทั้งควบคุมมาตรฐานของเครื่องมือแพทย์ เครื่องมือตรวจวินิจฉัย โดยให้เทคนิคการแพทย์เข้าไปบริหาร และมีบทบาทกับองค์การที่ว่านี้ โดยไม่ต้องแอบอิงกับการเป็นข้าราชการเพียงอย่างเดียวแบบที่เคยเป็นมา ก็น่าจะช่วยให้วิชาชีพเทคนิคการแพทย์พัฒนาไปอีกขั้น  มากกว่าที่จะทำหน้าที่เพียงงานในห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลมากว่า 60 ปี อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

“องค์การวิทยาศาสตร์การแพทย์” จึงอาจจะเป็นทางเลือกใหม่ของเทคนิคการแพทย์ ที่รอการสานต่อให้เป็นจริงเข้าสักวัน !!

 

1 ความคิดเห็น

  1. ในแนวทางนี้ถือว่าดีมากครับ ถ้าทำได้จริงจะดีผมว่าวิชาชีพเราจะมั่งคั่งได้มากครับ ความเห็นผมเริ่มจากการเชื่อมต่อระบบส่งตรวจ (outlab) ตามศักยภาพที่บาง รพ.ตรวจไม่ได้ เอาเข้ามาในระบบก่อนโดย จัดวางระบบส่งตรวจในระบบ แบบเครือข่ายและประเทศโดยบริหารในนามองค์การ ถ้าทำได้แล้วปรับแก้ระบบจัดซื้อจัดจ้างที่มาจากงบประมาณทั้งระบบ มาบริหารผ่านองค์การ๚ แบบรวมศูนย์เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและนำเข้าอุปกรณ์การตรวจกระจายตามระบบที่จัดสรร หรือพัฒนาการตรวจวิเคราะห์ทั้งระบบ เมื่อมีอำนาจในการจัดการแล้ว กำหนดเงื่อนไขให้กับวิชาชีพ ตั้งแต่การรับบรรจุสอบเข้าของบุคลากร ควบคุมจำนวน ระบบสวัสดิการค่าตอบแทนที่เป็นธรรม จะสามารถทำให้วิชาชีพเราอยู่ได้มองเหมือนรัฐวิสาหะกิจ เมื่อทำในระบบรัฐได้ทั้งระบบแล้ว ก็เสนอให้โรงพยาบาลเอกชนเข้าร่วมใช้บริการตรวจกับทางองค์การน้องที่เป็นลูกจ้างเอกชนจะได้กลายเป็นบุคลากรขององค์การดูแลเองจะได้มีความมั่นคง กระจายงานและบุคลากรตามโครงสร้างเครือข่าย ผมว่าวิชาชีพเราทำได้น่ะถ้าร่วมมือกัน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here