10 ข่าวเด่นเทคนิคการแพทย์ ในรอบปี 2560

0
817

ในรอบปี 2560 ที่กำลังจะผ่านพ้นไป มีเหตุการณ์ต่างๆ ในวิชาชีพเกิดขึ้นหลายเหตุการณ์ บางเหตุการณ์ได้รับความสนใจจากสมาชิกค่อนข้างสูง “เมดเทคทูเดย์” ประมวล 10 ข่าวเด่นในรอบปี 2560 มาให้รำลึกถึงกันอีกครั้ง

1. การเลือกตั้งคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ชุดใหม่

การเลือกตั้งคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ วาระ พ.ศ.2560-2563 จัดเป็นข่าวสำคัญในรอบปี 2560 ท่ามกลางความคาดหวังถึงการเปลี่ยนแปลงของวิชาชีพที่จะมีขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง ซึ่ง “เมดเทคทูเดย์”ในฐานะสื่อ  มีส่วนร่วมในการรณรงค์ให้คนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างเต็มที่  ด้วยการผลิตสปอร์ตประชาสัมพันธ์กว่า 10 ชุด พร้อมกับทำ MV เพลงประชาสัมพันธ์ให้ด้วย โดยได้ “น้ำค้าง-ชไมพร” และทีมงานเทคนิคการแพทย์จาก รพร.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร เป็นผู้รังสรรค์ให้ นับเป็นครั้งแรกของการเลือกตั้งในวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ที่มีการรณรงค์อย่างเต็มรูปแบบเช่นนี้

ผลการเลือกตั้งที่ประกาศเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2560 มีผู้สมัครหน้าใหม่ได้รับเลือกเข้ามาเป็นกรรมการสภาฯมากเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ตัวเก็งหลายคนที่คาดว่าจะ “นอนมา” กลับหลุดออกไปอย่างเหลือเชื่อ โดย รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ มีคะแนนนำมาแบบม้วนเดียวจบ และส่งผลให้มีการโหวตเลือกให้เป็นนายกสภาเทคนิคการแพทย์ ชุดที่ 5 เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 แม้จะชนะโหวตด้วยคะแนนเฉียดฉิวเพียง 1 คะแนนก็ตาม

การเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนน 16,043 คน แต่ใช้สิทธิ์เพียง  4,444 คน คิดเป็นร้อยละ 29.66 5. เพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อนเล็กน้อย

2.การแถลงนโยบายสภาเทคนิคการแพทย์

ภายหลังการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารแล้ว นายกสภาฯ ได้จัดทำนโยบายเพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงาน แถลงต่อที่ประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2560 ประกอบด้วยนโยบาย 6 ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหาร วิชาการ การประกอบวิชาชีพ มาตรฐานวิชาชีพ การสื่อสารประชาสัมพันธ์ และความร่วมมือกับองค์กรภายนอก โดยนำแผนยุทธศาสตร์วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.๒๕๕๗-๒๕๖๑ ที่สภาเทคนิคการแพทย์ชุดก่อนได้จัดทำไว้แล้ว มาเป็นกรอบในการจัดทำนโยบายร่วมกับนโยบายของกรรมการสภาฯ แต่ละคน ให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขโดยครอบคลุมวัตถุประสงค์ของสภาฯ ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ทุกด้าน

สำหรับนโนบายเด่นของสภาฯ ชุดนี้ ก็คือ การผลักดันการพัฒนานักเทคนิคการแพทย์ ให้มีสมรรถนะตอบสนองต่อนโยบายด้าน Service plan โดยเน้น PCC (Primary Care Cluster), การส่งเสริมและพัฒนา CMTE ให้เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างหลากหลายต่อเนื่อง สร้างระบบการบริหารจัดการที่เป็นมิตรกับสมาชิก ขจัดปัญหาและอุปสรรคในการเข้าถึงการเรียนรู้, การพัฒนาระบบการจัดสอบความรู้ให้ได้คุณภาพมาตรฐานมากขึ้น ปรับปรุงเนื้อหาข้อสอบให้สอดคล้องกับบริบทการประกอบวิชาชีพในปัจจุบัน และการส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการสร้างนวัตกรรมของผู้ประกอบวิชาชีพ ให้สอดคล้องกับนโยบาย “ประเทศไทย ๔.๐” ของรัฐบาล

นอกจากนี้ สภาฯ ชุดนี้ยังให้ความสำคัญกับงานประชาสัมพันธ์ ในฐานะเป็นเครื่องมือการบริหารงาน โดยปฏิรูปงานประชาสัมพันธ์ ขยายขอบข่ายงานให้ครอบคลุมงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่สำคัญคือมีนโยบายส่งเสริมการรับรู้ข่าวสารของสมาชิก เกี่ยวกับความคืบหน้าการดำเนินงานสภาฯ และมีช่องทางให้สมาชิกแสดงความเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาพิจารณา ชี้แจง และปรับปรุงพัฒนาด้วย

3.การปลดล็อคเพดานคะแนน CMTE และการต่ออายุใบอนุญาต

ด้วยนโยบายการส่งเสริมและพัฒนา CMTE ให้เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างหลากหลายต่อเนื่อง สร้างระบบการบริหารจัดการที่เป็นมิตรกับสมาชิก ขจัดปัญหาและอุปสรรคในการเข้าถึงการเรียนรู้ จึงทำให้สภาฯ ชุดนี้ มีมติเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 ยกเลิกเพดานคะแนนของกิจกรรมเรียนรู้ด้วยตนเองผ่าน CMTE online ที่เคยกำหนดไว้ไม่เกิน 30 คะแนน ให้สามารถเก็บคะแนนได้ครบ 50 คะแนนตามเกณฑ์ที่จะใช้ในการต่ออายุใบอนุญาตได้ พร้อมกันนี้ก็ยังได้ยกเลิกเพดานคะแนนของกิจกรรมอื่นๆ อีกด้วย ซึ่งนับเป็นข่าวดีสำหรับเทคนิคการแพทย์อย่างยิ่ง

นอกเหนือจากข่าว CMTE แล้ว ข่าวที่เกี่ยวข้องกับการต่ออายุใบอนุญาตก็เป็นอีกข่าวหนึ่งที่มีผู้ให้ความสนใจจำนวนมาก ทั้งเรื่อง การเร่งรัดการคิดหน่วยคะแนนที่ตกค้างอยู่ให้เสร็จสิ้น และการจัดทำบัตรประจำตัวสมาชิกที่สภาฯ ชุดนี้เปิดให้บริการทำบัตรผ่านระบบออนไลน์ได้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่สมาชิก ในขณะที่สภาฯ ก็มีแนวคิดที่จะอำนวยความสะดวกแก่สมาชิกในการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตด้วยเช่นกัน แต่ยังมีข้อถกเถียง ประเด็นการส่งคืนใบอนุญาตฉบับเดิม และการขอใบรับรองหน่วยคะแนน CMTE ที่ยังไม่ได้ข้อยุติว่าจะดำเนินการอย่างไร

4.การบรรจุ ขรก.เทคนิคการแพทย์-การขอปรับเพิ่ม พตส.

ข่าวนี้ ยังเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นตลอดเวลา เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องปากท้องของนักเทคนิคการแพทย์โดยตรง เริ่มตั้งแต่การนัดรวมตัวกันของเทคนิคการแพทย์ลูกจ้างชั่วคราว เพื่อขอตำแหน่งบรรจุเป็น ขรก.เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2560 ซึ่งนายกสภาเทคนิคการแพทย์ได้สั่งให้เกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมทั้งเดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย

ถัดมา ในเวทีสัมมนาของคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ ๙ ส.ค.๖๐ วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ก็ได้เสนอแผนอัตรากำลังคน ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙) วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ให้คณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พิจารณา ทั้งแผนระยะเร่งด่วน และแผนระยะยาว

โดยแผนระยะเร่งด่วน ได้ขอให้มีอัตราบรรจุข้าราชการตำแหน่งสายงานเทคนิคการแพทย์ โดยเป็นตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์ไม่น้อยกว่า ๙๗๖ อัตรา ภายในเวลา ๓ ปี และขอให้บรรจุนักเทคนิคการแพทย์ ทดแทนในอัตราว่างเจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ /นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ เวชศาสตร์ธนาคารเลือด ทุกตำแหน่งเมื่อลาออก/เกษียณอายุ ทั้งนี้ให้จัดสรรคืนให้ส่วนราชการเดิม ร้อยละ ๑๐๐ ซึ่งสภาเทคนิคการแพทย์ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวง สธ.เพื่อขอกันตำแหน่งเหล่านี้ไว้แล้ว

ส่วนแผนระยะยาววิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ขอให้ทบทวนสัดส่วนข้าราชการตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์ ให้มีสัดส่วนการบรรจุเป็นข้าราชการ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐-๑๐๐ ของกรอบขั้นต่ำ และขอให้เพิ่มอัตรากำลัง ในการบรรจุข้าราชการตำแหน่งนักเทคนิคการแพทย์เพื่อรองรับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ในการตรวจวิเคราะห์ระดับโมเลกุล (Molecular) และ Service planและเพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับสหสาขาวิชาชีพ specialist และ Sub-specialty ที่มีมากขึ้นในรพ.ทุกระดับด้วย

นอกจากนี้ ยังขอให้กสธ.แก้ไขและอนุมัติให้ใช้การวิเคราะห์ FTE ที่ใกล้เคียงมาตรฐานและข้อเท็จจริงจากการสำรวจการปฏิบัติงานจริง ขอให้นักเทคนิคการแพทย์ ก้าวหน้าไหลลื่นในอัตราตำแหน่งของตัวเองจากชำนาญการ สู่ตำแหน่งชำนาญการพิเศษ และขอให้ทบทวนประเด็นค่าตอบแทนที่ไม่เหมาะสม ปรับปรุงการให้มีความสอดคล้องกับลักษณะงานที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน และความชำนาญ ความเชี่ยวชาญเฉพาะวิชาชีพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสภาเทคนิคการแพทย์ ได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขอปรับเพิ่ม พตส. ของวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มทั่วไป กลุ่มหัวหน้างาน/สาขา และกลุ่มผู้มีประสบการณ์หรือเชี่ยวชาญพิเศษ ให้ได้รับ พตส. 2,000-5,000 บาท แล้วเช่นกัน

5.การเปลี่ยนคำนำหน้านาม

จัดเป็นประเด็นฮ็อตประจำปีก็ว่าได้ เมื่อจู่ๆ สภาเทคนิคการแพทย์ ออกประกาศที่ 27/2560 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 เปลี่ยนการใช้คำนำหน้านามจาก ทนพ./ทนพญ.ที่เคยใช้กันมาอยู่เดิม ไปใช้ “ทน.” ทั้งชายและหญิง ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางชนิดไม่ทันจะข้ามวัน จนมีการจัดทำแบบสำรวจความเห็น และมีผู้รวบรวมรายชื่อสมาชิก 50 คน ใช้สิทธิ์ตามมาตรา 12(2) ส่งหนังสือแสดงความเห็นให้สภาฯ ทบทวนเรื่องดังกล่าว แต่สภาฯ ได้ยกประเด็นนี้กลับมาสอบถามความเห็นของสมาชิกอีกครั้ง ว่าควรจะใช้คำนำหน้านามแบบใด ใน 3 แบบ คือ ทนพ./ทนพญ., ทนพ.ทั้งชายหญิง และ ทน.ทั้งชายหญิง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประมวลความคิดเห็น ซึ่งยังไม่ทราบว่าผลการสำรวจความคิดเห็นจะออกมาในรูปแบบใด

6.การตรวจเลือดสดหยดเดียว (LBA)

เรื่องนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องมานานแล้ว แต่ยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนจากสภาเทคนิคการแพทย์ชุดที่ผ่านๆ มาว่าจะดำเนินการอย่างไร  พอกลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง ก็ได้รับความสนใจพร้อมกับเสียงเรียกร้องให้สภาเทคนิคการแพทย์จัดการเรื่องนี้ให้ชัดเจน

เมื่อมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอีก สภาเทคนิคการแพทย์ชุดปัจจุบัน จึงได้ประสานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่ ให้เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และสั่งปิดบู๊ธการให้บริการดังกล่าว ขณะเดียวกันก็มอบหมายให้คณะอนุกรรการการศึกษาและพัฒนาวิชาการ ไปศึกษาข้อมูลเรื่อง LBA ให้ละเอียดว่า การตรวจดังกล่าวมีประโยชน์ในแง่การตรวจวินิจฉัยโรค ติดตามการรักษา พยากรณ์โรค หรือประเมินภาวะสุขภาพหรือไม่ รวมทั้งมีงานวิจัยทางวิชาการรองรับหรือไม่ด้วย และจัดทำคำแนะนำทางวิชาการที่ถูกต้องเพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทราบต่อไป

ล่าสุด เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2560 สภาเทคนิคการแพทย์ ได้จัดทำคำแนะนำออกเผยแพร่ระบุว่า“ตรวจเลือดสดหยดเดียว” ไม่ใช่ศาสตร์และแนวปฏิบัติตาม มาตรฐานวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ หลักการทดสอบแบบ LBA ยังไม่มีหลักฐานอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือเพียงพอ ไม่มีการยืนยันที่แน่ชัดเกี่ยวกับการแปลผลการตรวจวิเคราะห์ อันถือได้ว่ามหากาพย์ของการตรวจเลือดสดหยดเดียวที่ยืดเยื้อมานานหลายปี ได้จบสิ้นลงในสภาฯ ชุดปัจจุบันนี่เอง

7.การจับกุมผู้กระทำผิด พรบ.สถานพยาบาล และ พรบ.วิชาชีพ

การจับกุมจับกุมคลินิก 4 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่ง 3 แห่งเป็นคลินิกเทคนิคการแพทย์ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2560 เป็นอีกข่าวหนึ่งที่ได้รับความสนใจ ซึ่งทันทีที่ปรากฏเป็นข่าว นายกสภาเทคนิคการแพทย์ ได้มอบหมายให้เลขาธิการสภาฯ ประสานขอข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)/สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ (สพรศ.) เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที 

ล่าสุด ศาลจังหวัดธัญบุรีได้มีคำพิพากษา ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติสถานพยาบาล ฐานไม่จัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลตามวิชาชีพและจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวงตลอดเวลาทำการ ในคดีนี้แล้ว ให้จำคุกจำเลย 1 ปี ปรับคนละ 10,000 บาท แต่จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษเหลือ 6 เดือน ปรับ 5,000 บาท สำหรับโทษจำคุก เนื่องจากจำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอลงอาญา 2 ปี

การแถลงการณ์ร่วมสภาการพยาบาลและสภาเทคนิคการแพทย์

ส่วนอีกข่าวที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กันก็คือ กรณี สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม แจ้งความดำเนินคดีผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล กล่าวหาว่ากระทำผิดพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ เมื่อเดือนกันยายน 2560 ซึ่งเรื่องนี้มีการนำไปพูดถึงในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง และทำท่าจะกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างพยาบาลกับเทคนิคการแพทย์ จนสภาการพยาบาลและสภาเทคนิคการแพทย์ ต้องออกแถลงการณ์ร่วมกันเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ปัจจุบันคดีนี้ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล

8.เทคนิคการแพทย์ชุมชนและร่าง พรบ.ระบบบริการการแพทย์ปฐมภูมิ

การเปิดเรื่องราวผ่านสื่อของ “ทรงราชย์ ไชยญาติ” แห่ง รพช.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ในฐานะนักเทคนิคการแพทย์ชุมชน ผนวกเข้ากับนวัตกรรมว่าด้วย  การพัฒนา Application Thai CKD risk calculation เพื่อประเมินอัตราการลดลงของไตหรือความเสี่ยงการเกิดโรคไตเสื่อม เรื้อรัง (CKD ) ของ “วสุอนันต์ ทองดี” รพร.ปัว จ.น่าน ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศดีเด่นประเภท นวัตกรรม/สิ่งประดิษฐ์ : สาขาเภสัชกรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค, วิทยาศาสตร์การแพทย์ งานประชุมวิชาการ สธ.ที่อุดรธานี จากผลงานที่ส่งเข้านำเสนอกว่า 3,000 เรื่อง ทำให้กระแสเรื่อง “เทคนิคการแพทย์ชุมชน” ดังกระหึ่มขึ้น เพราะทั้ง “ทรงราชย์” และ “วสุอนันต์” ล้วนเป็นผลผลิตมาจากหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ชุมชน อันมี ศ.ดร.วีระพงศ์ ปรัชชญาสิทธิกุล เป็นปฏิมากรคนสำคัญของหลักสูตร จนมีการปลุกกระแสให้เทคนิคการแพทย์เข้าไปมีบทบาทในระบบบริการการแพทย์ปฐมภูมิมากขึ้น

ดังนั้น ร่าง พรบ.ระบบบริการการแพทย์ปฐมภูมิ ที่กระทรวงสาธารณสุขนำออกทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็น  สภาเทคนิคการแพทย์จึงไม่รีรอที่จะเสนอความเห็นใน 2 ประเด็นหลัก คือ การเพิ่มผู้แทนสภาวิชาชีพเข้าไปเป็นหนึ่งในคณะกรรมการระบบบริการการแพทย์ปฐมภูมิ และเพิ่มการตรวจทางห้องปฏิบัติการเข้าไปในระบบริการการแพทย์ปฐมภูมิด้วย

9.การตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีโดยนักเทคนิคการแพทย์

กรณี สภาวิชาชีพด้านสุขภาพ 7 สภา ได้มีการประชุม เมื่อวันที่ 26 เมย.2560 ภายหลังที่ รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นั่งเก้าอี้นายกสภาเทคนิคการแพทย์เพียงไม่กี่วัน แล้วมีความเห็นสนับสนุนให้เทคนิคการแพทย์เป็นผู้ตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวี ในโครงการยุติปัญหาวัณโรคและเอดส์ ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนโลก ซึ่งแต่เดิมกำหนดให้พยาบาลเป็นผู้ตรวจคัดกรอง ได้กลายเป็นประเด็นที่มีผู้ยกขึ้นมาโต้แย้งในทำนองไม่เห็นด้วยที่จะกำหนดให้นักเทคนิคการแพทย์เท่านั้น ที่จะเป็นผู้ตรวจคัดกรองดังกล่าว และกลายเป็นเรื่องที่มีการนำไปวิพากษ์วิจารณ์ถึงบทบาทหน้าที่ของเทคนิคการแพทย์อยู่พอสมควร

อย่างไรก็ตาม นายกสภาฯ ก็ยังคงเดินหน้าเรื่องนี้ต่อไป โดยร่วมประชุมจัดทำแนวทางการตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีโดยการเจาะเลือดปลายนิ้ว (ด้านกฎหมาย) ที่สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (สอวพ.) เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 ร่วมกับกลุ่มกฎหมาย จากกรมควบคุมโรคและสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการในรูปของสหวิชาชีพตามขอบเขตของอำนาจหน้าที่ในการประกอบวิชาชีพของแต่ละวิชาชีพ โดยในส่วนของการตรวจทางห้องปฏิบัติการ จะเป็นความรับผิดชอบของวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ 

นอกจากนี้ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ ยังแสดงความพร้อมที่จะรับผิดชอบโครงการนี้ ด้วยการลงพื้นที่เมืองพัทยา เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 เพื่อศึกษาดูงานการให้บริการตรวจเอชไอวีกลุ่มเสี่ยงกับมูลนิธิ SWING และ SISTER ซึ่งเป็นหน่วยงานเครือข่ายสุขภาพชุมชน ของศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย เพื่อเก็บข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนงานดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโครงการนี้ยังมิได้ดำเนินการใดๆ เพราะต้องรองบประมาณสนับสนุนจากองทุนโลก

10.การจัดงาน LA Forum 2017 และ 60 ปีเทคนิคการแพทย์ไทย

ปืดท้ายด้วยข่าวสภาเทคนิคการแพทย์ ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ จัดกิจกรรมเนื่องในวันเทคนิคการแพทย์ไทย ๒๙ มิถุนายน ด้วยโครงการตรวจสุขภาพประชาชน “60 ปี เทคนิคการแพทย์ไทย ประชาชนลดภัย ไตเสื่อม เบาหวาน ไขมันสูง”, โครงการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน โดยจัดกิจกรรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพร่วมกับคณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย “เดินวิ่งทะลุศตวรรษ สุขภาพดี 60 ปี เทคนิคการแพทย์ไทย”, โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ในการบริการด้านสุขภาพแก่ประชาชน และโครงการปรับปรุงมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ จัดทำคู่มืออ้างอิงในการพัฒนาระบบคุณภาพทางห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ รวมทั้งโครงการจัดสร้างเหรียญพระพุทธชินราช “ประชนสุขภาพดี 60 ปี เทคนิคการแพทย์ไทย” นำรายได้ไปสมทบทุนสร้างที่ทำการถาวรของสภาเทคนิคการแพทย์ ณ อาคารสภาวิชาชีพสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนี้ สภาฯ ยังได้จัดประชุมวิชาการการมหกรรมคุณภาพมาตรฐานห้องปฏิบัติการระดับชาติ (Thailand LA Forum) ประจำปี 2560 ขึ้น ในวันที่ 12-14 พฤศจิกายน 2560 ภายใต้หัวข้อ “60 ปี เทคนิคการแพทย์ไทย ด้วยระบบคุณภาพที่มั่นคงและพอเพียง” ( 60 Years of Thai Medical Technology, Towards Sustainable and Sufficient Quality System) ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เป็นกิจกรรมทางวิชาชีพที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ มีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 1,500 คน

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here