สภาเทคนิคการแพทย์แต่งตั้ง 3 กรรมการใหม่

0
349

“สมชัย เจิดเสริมอนันต์” พ้นจากกรรมการตามมาตรา 14(1) เข้ามาเป็นกรรมการจากผู้แทนกรุงเทพมหานครตามมาตรา 14(3) อีกรอบ เผยประวัติ เป็นกรรมการเพียงคนเดียวที่ไม่เคยเว้นวรรคการดำรงตำแหน่งเลย ตั้งแต่มีสภาเทคนิคการแพทย์

เมื่อวันที่ 25 ตค.ที่ผ่านมา เว็บไซต์สภาเทคนิคการแพทย์ ได้เผยแพร่ประกาศและคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ วาระ พ.ศ.2560-2563 ตามมาตรา 14(1) (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.2547 แทนตำแหน่งที่ว่างลง 3 ตำแหน่ง ได้แก่

  1. ดร.สลักจิต ชุติพงษ์วิเวท นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์ไทยในพระอุปถัมภ์ฯ เป็นกรรมการตามมาตรา 14(1) แทน ทนพ.สมชัย เจิดเสริมอนันต์ นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์ฯ ที่พ้นวาระไป
  2. ศาสตราจารย์ ดร.สาคร พรประเสริฐ คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นกรรมการตามมาตรา 14(2) แทน กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 20(4)
  3. ทนพ.สมชัย เจิดเสริมอนันต์ ผู้แทนกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการตามมาตรา 14(3) แทนนายธีรพัฒน์ สร้อยเพ็ชร ผู้แทนกรุงเทพมหานคร ที่ลาออกจากการเป็นกรรมการ

ทั้งนี้ พระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.2547 มาตรา 14 บัญญัติให้มีคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ ประกอบด้วย (1) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและนายกสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย (2) กรรมการซึ่งเป็นคณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ หรือคณบดีคณะที่เรียกชื่ออย่างอื่นหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ หรือหัวหน้าภาควิชา ที่ผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ในสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับความเห็นชอบหรือได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้จัดตั้งขึ้นแห่งละหนึ่งคน เลือกกันเองให้เหลือห้าคน (3) กรรมการซึ่งเป็นผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขสามคน กระทรวงกลาโหมหนึ่งคน และกรุงเทพมหานครหนึ่งคน (4) กรรมการซึ่งได้รับเลือกตั้งโดยสมาชิกมีจำนวนเท่ากับจำนวนกรรมการใน (1) (2) และ (3) รวมกันในขณะเลือกตั้งแต่ละคราว

โดยมาตรา 21 บัญญัติให้ เมื่อตำแหน่งกรรมการตามมาตรา 14 (2) ว่างลงก่อนครบวาระ ให้คณะกรรมการดำเนินการให้ผู้มีคุณสมบัติที่จะเป็นกรรมการตามมาตรา 14 (2) เลือกกันเองเป็นกรรมการแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ตำแหน่งกรรมการนั้นว่างลง ซึ่งผลปรากฎว่า ศาสตราจารย์ ดร.สาคร พรประเสริฐ คณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้ได้รับคะแนนสูงสุด จึงได้รับการคัดเลือกเข้ามาเป็นกรรมการสภาตามมาตรา 14(2) แทน ผู้ช่วยศาสตราจารย์วาสนา ศิริรังษี ที่พ้นจากตำแหน่งคณบดีตามมาตรา 20(4) ซึ่งจะอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่มาแทนเท่านั้น

สำหรับ ทนพ.สมชัย เจิดเสริมอนันต์ แต่เดิมเป็นกรรมการโดยตำแหน่งนายกสมาคมเทคนิคการแพทย์ฯ ตามมาตรา 14(1) เมื่อพ้นจากตำแหน่งนายกสมาคมฯ จึงทำให้ตำแหน่งนี้ว่างลง ขณะที่ ดร.สลักจิต ชุติพงษ์วิเวท ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมฯ คนใหม่ จึงเข้ามาเป็นกรรมการตามมาตรา 14(1) แทนตำแหน่งที่ว่างลง ส่วนการทำหน้าที่กรรมการในฐานะผู้แทนปลัดกระทรวงสาธารณสุขของ ดร.สลักจิต ที่เป็นมาเดิมนั้น เมื่อเป็นกรรมการโดยตำแหน่งตามมาตรา 14(1) แล้ว ปลัดกระทรวงสาธารณสุขอาจมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้แทนเข้ามาเป็นกรรมการ หรืออาจเข้ามาเป็นกรรมการเองก็ได้

อนึ่ง ทนพ.สมชัย เจิดเสริมอนันต์ เมื่อพ้นจากการเป็นกรรมการตามมาตรา 14(1) แล้ว ได้รับการเสนอชื่อจากกรุงเทพมหานคร ให้เข้ามาเป็นกรรมการตามมาตรา 14(3) อีกครั้ง จึงเป็นกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์เพียงคนเดียวที่ปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องมากว่า 13 ปี ผ่านคณะกรรมการสภาฯ มาแล้ว 4 ชุด ชุดปัจจุบันเป็นชุดที่ 5 ตั้งแต่ พรบ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.2547 มีผลบังคับใช้

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here