บัตรสมาชิกสภาฯ ยังไม่ใช่หลักฐานการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์

0
241

มีคำอยู่ 2 คำ ที่ควรจะต้องทำความเข้าใจกันให้ถ่องแท้ เพื่อป้องกันความสับสน เข้าใจผิด หนึ่งก็คือคำว่า “สมาชิกสภาเทคนิคการแพทย์” กับอีกหนึ่งก็คือคำว่า “ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์

ผู้ที่เป็นสมาชิกสภาฯ อาจจะไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทุกคน  แต่ผู้ประกอบวิชาชีพทุกคน จะต้องเป็นสมาชิกสภาฯ

เมื่อไม่นานมานี้ สภาเทคนิคการแพทย์ ประกาศเชิญชวนให้มีการทำบัตรสมาชิกสภาฯ เพื่อใช้ประกอบคำขอต่อใบอนุญาต ซึ่งปัจจุบันยังมีสมาชิกอีกเป็นจำนวนมากยังไม่มีบัตรสมาชิก และจะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้น ก่อนวันที่ใบอนุญาตจะหมดอายุลง ซึ่งยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่า ในรอบการต่ออายุใบอนุญาตที่จะถึงในปี ๒๕๖๑ นี้ สมาชิกสภาฯ ที่มีบัตรสมาชิกเหล่านั้น จะสามารถสะสมคะแนนให้ครบตามเกณฑ์ที่จะใช้ต่ออายุใบอนุญาตได้หรือไม่ และอาจมีสมาชิกบางส่วน ไม่สามารถต่ออายุใบอนุญาตได้ เป็นผลให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหมดอายุลงโดยปริยาย ซึ่งจะทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายบัญญัติ

ทั้งนี้ พระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.2547 มาตรา 3 ให้คำจำกัดความของคำว่า “ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์” ว่าหมายถึง บุคคลซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ จากสภาเทคนิคการแพทย์

นั่นหมายความว่า บุคคลใดที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพหมดอายุลง และไม่ขอต่อใบอนุญาตตามกำหนดเวลาและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ หรือถูกสั่งพักใบอนุญาต หรือถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามบทบัญญัติของกฎหมาย จะเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพจากสภาวิชาชีพ เพราะไม่มีใบอนุญาตแล้ว ซึ่งก็คือ การพ้นสภาพการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพนั่นเอง

การพ้นสภาพการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ” ตามที่กล่าวถึง  มิได้หมายความว่าต้อง “พ้นสภาพสมาชิกสภาฯ”ไปพร้อมกันด้วย เพราะสมาชิกภาพของสมาชิกจะสิ้นสุดลงตามมาตรา 13 ซึ่งก็คือ ตาย ลาออก หรือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 11(1) (2) หรือ (5) หรือคณะกรรมการสภามีมติให้พ้นจากสมาชิกภาพ เพราะเห็นว่าเป็นผู้นำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพตามมาตรา 11(3) หรือ (4) อันเป็นคนละกรณีกับการพ้นสภาพการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเพราะไม่มีใบอนุญาต

เมื่อเป็นดังนี้ บัตรสมาชิกสภาฯ ที่สภาเทคนิคการแพทย์ กำลังจัดทำขึ้นนี้ จึงยังมิใช่หลักฐานที่จะแสดงให้เห็นว่า ผู้ถือบัตรสมาชิกเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเสียทีเดียว เพราะการพ้นสภาพการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ไม่ได้ทำให้ขาดคุณสมบัติที่จะเป็น “สมาชิกสภาฯ” ตามมาตรา 11 แต่อย่างใด ผู้ที่พ้นสภาพการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพแล้ว ก็ยังสามารถเป็นสมาชิกสภาฯ ได้เช่นเดิม ตราบใดที่ยังไม่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมาย

การมีบัตรสมาชิกสภาฯ เป็นเพียงหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า บุคคลผู้นี้เป็นสมาชิกของสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวคือ เป็นผู้มีความรู้ในวิชาชีพ โดยได้รับปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรในวิชาชีพจากสถาบันการศึกษาที่สภาเทคนิคการแพทย์รับรอง และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กฎหมายบัญญัติ ส่วนจะเป็น “ผู้ประกอบวิชาชีพ” หรือไม่นั้น จะต้องขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามข้อบังคับเสียก่อน  เมื่อได้รับอนุญาตนั่นแหละ สมาชิกสภาฯ ผู้นี้ จึงจะได้ชื่อว่าเป็น “ผู้ประกอบวิชาชีพ” ตามกฎหมาย

ดังนั้น บัตรสมาชิกสภาฯ จึงเป็นเพียงหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่ง ที่จะนำไปใช้ประกอบในการขอรับใบอนุญาต หรือต่อใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ  และแสดงว่าเป็นผู้มีสิทธิและหน้าที่ตามมาตรา 12 เท่านั้น ยังมิใช่หลักฐานที่จะใช้แสดงตนว่าเป็น “ผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์” แต่อย่างใด  ซึ่งความจริงแล้วบัตรสมาชิกสภาฯ นี้ ควรจะออกให้บัณฑิตเทคนิคการแพทย์จบใหม่ทันทีโดยอัตโนมัติ เพื่อที่จะได้ใช้เป็นหลักฐานในการขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพต่อไป

เรื่องนี้ หากจะให้ชัดเจน และไม่เกิดความสับสน สภาเทคนิคการแพทย์ ควรจะออก “บัตรประจำตัวผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์” อีกใบหนึ่ง เพื่อใช้ควบคู่กับใบอนุญาต โดยกำหนดอายุบัตรและอายุใบอนุญาตให้ตรงกัน

จะเริ่มไปพร้อมๆ กับการต่ออายุใบอนุญาตรอบแรกในปี 2561 นี้ ก็ได้

 

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here