MBNQA,TQA และ PMQA กับการพัฒนาองค์กร

ภาพจาก http://www.prachinburi.go.th/PMQA-IT4/pmqa-it4.html

จากที่กล่าวมาแล้วว่าคณะอนุกรรมการ cmte เลือกเดินตามแนวทางของ PDCA และ TQA ประกอบด้วยหลักธรรมาภิบาล แต่ยังไม่พูดถึง TQA เลย โม้หรือเปล่า ถ้าดูคำพูดดีๆไม่ได้โม้ เพราะพูดว่าเอาหลักการมาใช้ในการพัฒนาองค์กร แม้เราจะมีภารกิจเพียงระดับศ.น.ทนพ. แต่ในเรื่องการพัฒนาองค์กรยุคนี้ถ้าเป็นสภาเทคนิคการแพทย์ จะพัฒนาแค่ศ.น.ทนพ.มันไปไม่ถึงไหนแน่ มันต้องว่ากันทั้งองค์กรใหญ่ ประเภทหัวส่ายหางกระดิก แต่หางส่ายหัวไม่กระดิกหรอกดีไม่ดีฉกกัดหางเอาซะอีก การนำหลักการ TQA มาใช้ เราก็ต้องทำความรู้จักกับมันเสียก่อน แต่เราไม่ไปจับ TQA โดยตรง เพราะทางราชการเขาทำเป็น PMQA ไว้น่าจะง่ายกว่า

PMQA คืออะไร

ปัจจุบันเป็นยุคโลกาภิวัตน์ ที่คนทั้งโลกต้องแข่งขันกันด้วยคุณภาพ ทั้งภาคการผลิต และการบริการ จึงเกิดระบบคุณภาพต่างๆขึ้นมากมาย ในระดับโลก ประเทศสหรัฐอเมริกาได้คิดค้นเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติขึ้นมีชื่อว่า The Malcolm Baldridge National  Quality  Award : MBNQA ขึ้น เพื่อมอบรางวัลให้องค์กรที่สามารถดำเนินการผ่านเกณฑ์ได้ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ต่อมาประเทศต่างๆนำมาปรับใช้กับประเทศของตนเอง สำหรับประเทศไทย ได้นำ  MBNQA มาปรับเป็น Thailand Quality Award : TQA หรือรางวัลคุณภาพแห่งชาติ โดยมีสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการ ต่อมา สำนักงาน ก.พ.ร. ซึ่งมีหน้าที่พัฒนาการบริหารจัดการระบบราชการ นำหลักการ TQA มาปรับใช้ในการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ โดยเรียกว่า Public Sector Management Quality Award : PMQA ตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๔๙

ระบบ MBNQA , TQA และ PMQA มีหลักการเหมือนกันโดยประกอบด้วย 7 ด้าน คือ

ภาพจาก http://www.oeconsulting.com.sg/ppt-mbnqa-awareness

๑. การนำองค์การ เป็นการประเมินการดำเนินการของผู้บริหารในเรื่องวิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ ค่านิยม ความคาดหวังในผลการดำเนินการ การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การกระจายอำนาจการตัดสินใจ การสร้างนวัตกรรมและการเรียนรู้ในส่วนราชการ การกำกับดูแลตนเองที่ดี และดำเนินการเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน

 ๒. การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ เป็นการประเมินวิธีการกำหนดและถ่ายทอดประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ กลยุทธ์หลัก และแผนปฏิบัติงาน เพื่อนำไปปฏิบัติและวัดผลความก้าวหน้าของการดำเนินการ

๓. การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย  เป็นการประเมินการกำหนดความต้องการ ความคาดหวัง และความนิยมชมชอบ การสร้างความสัมพันธ์ และการกำหนดปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้รับบริการและ  ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความพึงพอใจ      

๔. การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ เป็นการประเมินการเลือก รวบรวม วิเคราะห์ จัดการ และปรับปรุงข้อมูลและสารสนเทศ และการจัดการความรู้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการปรับปรุงผลการดำเนินการขององค์กร

๕. การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล เป็นการประเมินระบบงาน ระบบการเรียนรู้ การสร้างความผาสุกและแรงจูงใจของบุคลากร  เพื่อให้บุคลากรพัฒนาตนเองและใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ตามทิศทางองค์กร

๖.การจัดการกระบวนการ  เป็นการประเมินการจัดการกระบวนการ การให้บริการ และกระบวนการอื่นที่ช่วยสร้างคุณค่าแก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และกระบวนการสนับสนุน เพื่อให้บรรลุพันธกิจขององค์การ

๗. ผลลัพธ์การดำเนินการ  เป็นการประเมินผลการดำเนินการและแนวโน้มขององค์กรในมิติด้านประสิทธิผล มิติด้านคุณภาพการให้บริการ มิติด้านประสิทธิภาพ และมิติด้านการพัฒนาองค์กร

การจะพัฒนาองค์กรเช่น สภาเทคนิคการแพทย์ ซึ่งเป็นองค์กรหลักตามกฏหมาย ให้มีความทันสมัย จึงต้องเดินตามหลักการทั้ง ๗ ข้อนี้ เพื่อให้รู้ว่าองค์กรเราเป็นอย่างไร ควรพัฒนาอย่างไร

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here