Homeostasis กับการทำงาน

ในการทำงานจะมีการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย ซึ่งจะทำให้เกิดความเครียด ถ้าความเครียดเกิดขึ้นเพียงน้อยๆก็อาจกลายเป็นตัวกระตุ้น เช่นในหนังไทยสมัยก่อนพระเอกถูกพ่อแม่ญาติโกโหติกาของนางดูถูกว่าต่ำต้อยยากจนไร้สกุลรุนชาติ ก็ไปมุมานะสร้างตัวสร้างฐานะจนเด่นดังในวงสังคมแล้วก็เลยแฮบปี้เอนดิ้ง

แต่ถ้าความเครียดเกิดขึ้นมากๆก็จะมีผลกระทบต่อระบบต่างๆในร่างกายพาให้ร่างกายอ่อนแอ เกิดโรคง่าย และยังมีผลต่อจิตใจทำให้สภาพจิตใจเสีย และบางทีก็เลยไปมีปัญหากับคนอื่นอีกต่อหนึ่ง

Homeostasis คือการรักษาสมดุล หรือคงไว้ซึ่ง condition ของ biological system ด้วยกลไกอัตโนมัติที่ต่อสู้ป้องกันสิ่งที่พยายามมาเปลี่ยนสมดุลที่มีอยู่ให้เสียไป เป็นแนวคิดที่เริ่มมาจาก Claude Bernard นักสรีรวิทยาชาวฝรั่งเศส และคำนี้เริ่มใช้โดย Walter B. Cannon ผู้อธิบาย Concept of self-regulating mechanism in living systems

กลไก homeostasis ทำงานทุกระดับในสิ่งที่มีชีวิต เช่น ระดับ molecular และ cellular ในร่างกายมนุษย์ได้แก่ การปรับสมดุลของหลายปัจจัย เช่น oxygen, nutrients, hormones, organic & inorganic substances. ซึ่งจะทำให้คนปกติมี Blood pH, Body temperature, Plasma glucose, Water ปกติ

stressor คือปัจจัยที่เข้ามาโจมตีเพื่อทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของ homeostasis

stressor มี 2 รูปแบบได้แก่ physical stressor และ psychological stressor ได้แก่ ความเจ็บปวด ความหนาว การบาดเจ็บ ความกลัว ความกังวล การติดเชื้อ ความดีใจ เสียใจ

คนเราแต่ละคนมีขีดความสามารถในการรับมือกับ stressor ต่างกัน เมื่อ stressor โจมตีระบบประสาทส่วนกลาง เข้ามาทาง hypothalamus ก็จะส่งผลกระทบกับ sympsthetic nervous system ให้เกิดการหลั่ง Norepinephrine (NE) ไปทำให้เกิด vasoconstriction, GFR ลดลง เกิดการรบกวน GI mucosa ทำให้คลื่นไส้ ความดันเลือดสูงขึ้น นอกจากการหลั่ง NE แล้วที่ Adrenal medulla จะมีการหลั่งทั้ง NE และ Epinephrine ทำให้ หัวใจเต้นเร็วและแรงขึ้น หลอดลมขยายตัว มีการสลายกลูโคส ไขมัน ไกลโคเจนออกมามากขึ้นจึงมีการสร้างเป็นกลูโคสมากขึ้น

ทางด้าน Anterior pituitary มีการหลั่ง ACTH ผ่านไปที่ Adrenal cortex ทำให้หลั่ง Cortisol ก็จะเกิดการกระตุ้น CNS การสลายโปรตีนมาสร้างกลูโคส การหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร (ซึ่งจะทำให้เกิดแผลในกระเพาะ) ภูมิคุ้มกันต่ำลง นอกจากนี้มีการหลั่ง Aldosterone และ ADH ด้วย

คนที่เครียดจัด เครียดบ่อย แก้ปัญหาไม่ได้ จะเกิดปัญหาของร่างกายตามมาหลายอย่าง ได้แก่ ความดันเลือดสูง เบาหวาน แผลในกระเพาะ ปวดหัว ติดเชื้อง่าย อ่อนแอ นอนไม่หลับ และอาจเป็นโรคหัวใจ ทางด้านจิตใจอาจเกิดความเซ็ง ท้อแท้ ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า กล้ามเนื้อตึง จุกเสียดแน่นท้อง ปวดหลัง เป็นโรคประสาท

ทำไมคนเครียดหนัก หรือแก้ความเครียดไม่ได้ การเครียดเรื้อรังก็เพราะเราไม่รู้เรื่องธรรมชาติ ก็เกิดการติดยึด ไม่อยากเปิดตาดูให้ถ่องแท้ จึงไม่รู้ไม่เข้าใจปัญหาก็ไม่สามารถแก้ปัญหา มีการสะสมปัญหาไปเรื่อยๆ และแน่นอนคนที่สะสมแต่ปัญหาก็ไม่เกิดปัญญา เมื่อใจไม่สบายกายก็ไม่สบาย ไม่รู้จะแก้ตรงไหน บางทีมัวไปหาทางแก้ที่อื่น ไม่รู้ว่าการแก้ที่ตัวเราเองสำคัญที่สุด ถ้ารู้และแก้ไขได้ใจสบายกายก็สบายด้วย

แนวคิดทางพุทธ ธรรมะ คือ ธรรมชาติ ธรรมชาติมีเหตุผล ธรรมชาติไม่เที่ยง มีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงขึ้นกับเหตุและปัจจัยที่หนุนเนื่อง พุทธธรรมเน้นปัญญา คือผู้รู้เห็นสิ่งทั้งหลายตามที่เป็นจริง ไม่งมงาย ไม่เชื่ออะไรง่าย (ยึดหลักกาลามสูตร) การที่เรายึดติดอยู่กับอะไร จะทำให้เรายิ่งห่างจากความจริง เพราะสรรพสิ่งย่อมเคลื่อนไหวเปลี่ยนไป การติดยึดไม่ทำให้เกิดปัญญา จึงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น

พระเซนรูปหนึ่งกับเณรรูปหนึ่ง เดินทางผ่านธารน้ำ พบหญิงสาวนางหนึ่งยืนรีรีรอๆไม่กล้าข้ามธารน้ำ พระรูปนั้นจึงอุ้มหญิงสาวไปส่งฝั่งตรงข้าม คืนนั้นเณรนอนไม่หลับ เคาะประตูกุฏิพระแล้วถามว่าท่านอาจารย์วันนี้ท่านอาบัติใช่ไหม ผิดวินัยร้ายแรงไหม พระอาจารย์ตอบว่า “ผมวางเธอไว้ตั้งแต่กลางวันแล้ว ท่านยังอุ้มเธออยู่หรือ

การติดยึด อาจมาในรูปของ “ต้องคิดอย่างนี้ซิจึงจะดี คิดอย่างอื่นไม่ดี” “ต้องเป็นอย่างนี้ซิจึงจะดี เป็นอย่างอื่นไม่ดี” “ต้องทำอย่างนี้ซิจึงจะดี ทำอย่างอื่นไม่ดี” คนเราย่อมมีปัญหา ปัญหาคืออะไร ปัญหาคือการเอาสิ่งที่เราคาดหวังตั้ง แล้วลบด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เมื่อมีผลเป็นบวกก็แสดงว่าสิ่งที่เราได้รับมันมากมายเหนือกว่าที่เราคาดหวัง แต่ถ้ามีผลเป็นลบก็แสดงว่าไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ซึ่งก็ยังไม่เป็นปัญหาจนกว่าเราจะ concern นั่นคือเราเข้าไปยึดถือมัน มันก็เป็นปัญหา (ถ้าเราชั่งหัวมัน มันก็จบอยู่แค่นั้น)

ปัญหาเกิดขึ้นแล้วทำอย่างไร ถ้าเราวิเคราะห์ตัวปัญหาดู เราก็จะพบว่า ปัจจัยหนึ่งคือตัวเราเอง อีกปัจจัยหนึ่งเป็นปัจจัยภายนอก หรืออาจเรียกว่าฟ้าลิขิต ในการแก้ปัญหา ถ้าเรามุ่งแต่จะกำจัดปัจจัยภายนอก เราจะสามารถรู้และแก้ได้ทุกปัจจัยหรือ หรือว่าเราจะแก้ปัญหาที่ตัวเราเองก่อน แม้ปัญหาอาจจะยังไม่หมด แต่เราก็รอดพ้นจากความเครียด ซึ่งจะชักนำสมดุลของร่างกายเราไปทางลบ

สิ่งที่จะทำให้จิตใจเราไม่ปกติ และชักนำไปทางลบได้แก่เครื่องเศร้าหมองใจ 16 ข้อ (หรืออุปกิเลส 16) คือ 1. โลภ อยากได้ของเขา 2. พยาบาท คิดประทุษร้ายเขา 3. โกรธ 4. จองเวร 5. ลบหลู่ ดูถูกผู้มีพระคุณ 6. ยกตนเหนือผู้อื่น 7. อิจฉาริษยา 8. ตระหนี่ เหนียวแน่น กีดกัน หวงแหน 9. ปกปิดความชั่วที่ตนทำ 10. โอ้อวดตัว เกินจริง 11. แข็งกระด้าง ดื้อดึง ขณะที่เขาสั่งสอนโดยชอบ 12. ไม่ยอมตาม ทุ่มเถียงเมื่อเขาว่ากล่าวโดยชอบ 13. มานะ ถือเขา ถือเรา ถือตัว 14. ดูถูกผู้อื่น 15. มัวเมา หลงไหลรูปร่างของตนเอง หลอกตัวเอง 16. ลุ่มหลง มัวเมาในอารมณ์ หลงรัก หลงชัง

พระพุทธเจ้าสอนว่า เมื่อจิตได้รับการขัดเกลา ปัญญาย่อมเกิดขึ้น เราจะใช้ความรัก ความเข้าใจ และสันติสุขภายใน อันจำเป็นแก่การแก้ปัญหาของชีวิต และปัญหาความเป็นความตายที่กำลังคุกคามพวกเราและเผ่าพันธ์มนุษยชาติ ปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนและทุรนทุราย เกิดจากการแก่งแย่ง แข่งขัน และความเป็นอริต่อกัน สิ่งทั้งหมดนี้รบกวนและทำลายระบบประสาทของคน ทำให้คนพร้อมที่จะโกรธ ชิงชัง ริษยา และสูญเสียความสงบไปทุกที กิจธุระการงาน และความเหนื่อยล้า จะทำให้คนไม่มีเวลากลับไปค้นหาหาใจของตัวเองได้เลย แต่กลับถลำตัวไกลออกไปทุกทีในกระแสแห่งการกดขี่และบีบคั้น

การปรับจิตใจไปทางบวก เริ่มต้นด้วยทาน การแบ่งปันสิ่งที่มีให้คนที่รักใคร่ชอบพอกันก่อน ต่อไปฝึกให้อภัยศัตรูคู่แค้นที่ทำให้เราเจ็บใจ พออภัยให้เขาได้ เราก็จะอิ่ม นอนหลับ เขาจะไปไหน เป็นอะไร ได้อะไร เราก็ไม่สนใจ เพราะเลิกเกี่ยวข้องผูกเวรกันแล้ว ใจเราก็สงบ เบา ชุ่มฉ่ำ ร่มเย็นเป็นสุข ปราศจากความเครียด

เวลาหน้ามืดไม่มีสติ เราจะไม่เห็นการกระทำของตัวเราเอง ฝึกใจให้เชื่อว่า อะไรที่ทำให้เราคับข้องใจ อาจมาจากเหตุปัจจัยบางอย่างที่เราทำไว้ เขาอาจไม่ได้ตั้งใจแกล้งเรา เขาอาจทำไปเพราะโง่เขลา และแม้แต่เขาอาจจะเจตนากระทำ เราก็ไม่สนใจที่จะให้เกียรติผูกเวรกับเขา ใจที่เคยส่งออกนอก คอยจับผิดผู้อื่นให้ระงับไว้ หันมาจับดูใจของเรา หาข้อบกพร่องแล้วแก้ไขตามลำดับ ถ้าเราจะเปลี่ยนตัวเราให้ดีขึ้นยังไม่ได้แล้วคิดจะไปเปลี่ยนคนอื่นทำไม

ตัวอย่างของวิธีคลายเครียด เมื่อเกิดปัญหาทำให้เครียด หากรู้ต้นเหตุและแก้ที่ต้นเหตุได้ก็จะหายเครียด แต่ถ้าไม่รู้ต้นเหตุ หรือรู้แต่แก้ไม่ได้ก็ไปหาตาชั่งมาแล้วไปตลาดซื้อหัวมันมาสักกอง หัด “ชั่งหัวมัน” ดูมั่ง ทำสักพักก็จะหายเครียด

เมื่อวิทยายุทธแก่กล้า รู้ความจริงตามธรรมชาติ รู้ว่าเมื่อเกิดก็ต้องมีแก่ เจ็บ ตาย รู้อะไรดี อะไรชั่ว ก็เลิกทำชั่วทำแต่สิ่งดีๆ ทำดีไม่ต้องหวังดี เมื่อมีเหตุก็ย่อมมีผลตามมาเอง ถึงคราวได้ก็ได้ให้เป็น ถึงคราวเสีย ก็เสียให้เป็น โลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเราจริงๆ ความคิดทุกอย่างเป็นบวก จิตว่าง ไม่สะสมทุกข์ไว้ ถึงจุดที่เป็นยอดยุทธจักรแห่งฝีเพลงดาบ ย่อมไม่เปิดโอกาสให้ความเครียดเข้ามาใกล้ตัว

สำหรับมือใหม่ที่เริ่มฝึกวิชาชั่งหัวมัน หัดทำอะไรให้เรียบง่าย มีระบบ ให้สามารถทำงานง่าย แต่ไม่ติดยึดกับกฏ-ระเบียบที่ไม่จำเป็น หัดปล่อยวาง เรื่องอะไรของใครอื่น อย่าอาสาเอามาใส่หัวเราทั้งหมด (ปล่อยวาง ไม่ใช่ปล่อยตัว) หางานอดิเรกทำ เพื่อผ่อนคลายจิตใจ (อย่าซีเรียสจนงานอดิเรกกลับกลายเป็นตัวสร้างนรกซ้ำซ้อน) มีศิลปะในตัวบ้าง (ร้องเพลง ฟังเพลง วาดภาพ ถ่ายรูป)

เราต้องยอมรับว่าโลกนี้ไม่มีใคร perfect รวมทั้งตัวเราด้วย อย่าบังคับเข้มงวดกับตัวเราเองเกินไป อย่าเก็บกดเกินไป ถึงคราวโกรธแค่ให้รู้ว่าโกรธแล้วนะ แต่ไม่ควรอาละวาด อย่ายอมลูกเดียวจนเบียดเบียนตนเอง หัดพูด No เสียบ้าง ออกกำลังกาย บริหารร่างกายเสียบ้าง (เขียนชื่อใครบางคนไว้บนลูกบอลบ้างก็ได้ หากรักเขามากนัก)เลือกคบคนที่ positive thinking อย่าเข้าใกล้พวก Negative ทั้งหลาย อย่าใส่อารมณ์ให้เว่อร์ไม่ว่าจะดีใจหรือเสียใจจนเคยตัว เผื่อเวลาไว้เสมอ จะได้ลดการเร่งรีบ ลดความรู้สึกผิดลงบ้าง เอาไว้เป็นเครื่องเตือนใจ ไม่ใช่ทำร้ายตนเอง หัดเล่น หัดทำอะไรโง่ๆดูบ้าง ปล่อยตัวตามสบายเสียบ้าง การอยู่แต่ในกรอบต้องวางฟอร์มทุกวันเครียดแน่ เวลาโดนเขาว่า ถ้ามีเหตุผลก็หัดยอมรับเสียบ้าง มีสัญชาติญาณนักกีฬาบ้าง ถ้าจะให้ดีหัดดูตัวเอง และออกปากว่ากล่าวตัวเองเสียก่อนเพื่อนจะรักขึ้นอีกเยอะ หัดเป็นคนใจกว้างจะไม่เครียด ลดความเครียดโดยการจัดแสงสีเสียง อุณหภูมิ ให้เหมาะสม อย่าติดกับอดีตที่เปลี่ยนไม่ได้ อย่าวิตกกังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด  

ที่สำคัญต้องคิดแบบ Positive thinking รู้จักให้ ให้อภัย ปล่อยวางสิ่งที่ควรวาง สร้างความรักให้กว้างขวาง จะเป็นพื้นฐานในการตัดความเครียด และสร้าง homeostasis ทั้งทางกายและทางใจให้คืนดี

ขอความสงบสุขจงมีแด่ทุกๆท่าน ขอจงจัดการกับ stressor ได้ดี จนเหมือนกับว่า ไม่เคยรู้จักพบเห็นมันมาก่อน… แจ่มใส สงบ สว่าง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here