วงอภิปรายชี้ 5 จุดเน้นการส่งเสริมพัฒนางานเทคนิคการแพทย์

0
195

พัฒนาองค์ความรู้ให้ทันยุคทันเทคโนโลยี เน้น Precision Medicine, พัฒนาด้านการวิจัย-นวัตกรรม, การส่งเสริมบทบาทของเทคนิคการแพทย์ในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ, การแสวงหาความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เพื่อขยายงาน ขยายโอกาสให้นักเทคนิคการแพทย์, การมองหาตลาดงานใหม่ในภาคเอกชน นายกสภาฯ จุดประกายเรื่องคลินิกแล็บคุณภาพ และ Medtech Startup อยากมีเวทีที่จะระดมความเห็นเพื่อต่อยอด

เมื่อวานนี้ (4 กย.) ที่โรงแรมลีการ์เดนส์ พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน  รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาเครือข่ายเทคนิคการแพทย์สัญจรภาคใต้ ตามโครงการประชุมสัมมนาเครือข่ายเทคนิคการแพทย์สัญจร 4 ภาค ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับสภาเทคนิคการแพทย์ และสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุจัดขึ้น ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมีศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา เป็นผู้ดำเนินการ มีนักเทคนิคการแพทย์ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมประชุม 190 คน

การประชุมดังกล่าว มีการอภิปรายหมู่ เรื่อง “บทบาทของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สภาเทคนิคการแพทย์ และสมาคมเทคนิคการแพทย์ในการส่งเสริมและพัฒนางานเทคนิคการแพทย์” ผู้ร่วมอภิปราย ประกอบด้วย นางสาววรางคณา อ่อนทรวง ผู้อำนวยการกองแผนงานและวิชาการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาเทคนิคการแพทย์, และ ทนพญ.สุจิตรา มานะกุล ที่ปรึกษาสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยในพระอุปถัมภ์ โดยมี ทนพ.อรรณพ สุภานันท์ เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย

นางสาววรางคณา อ่อนทรวง ผู้อำนวยการกองแผนงานและวิชาการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงภารกิจของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ว่า มีภารกิจที่สำคัญคือ การพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ (Innovation) การสนับสนุนระบบบริการสุขภาพ (Technology Support) และการคุ้มครองผู้บริโภค (Consumer Protection)  ส่วนทิศทางการดำเนินงานที่สำคัญ คือ การยกระดับเสริมสร้างห้องปฏิบัติการและกำกับดูแลมาตรฐานทุกระดับ โดยร่วมมือกับพันธมิตรและสภาวิชาชีพ ยกระดับห้องปฏิบัติการอ้างอิงระดับสากลให้ครอบคลุมมากขึ้น ยกระดับการพัฒนาสู่มาตรฐานสากล พัฒนาชุดทดสอบทางการแพทย์

ผู้อำนวยการกองแผนงานและวิชาการ กล่าวถึงแผนงานที่จะดำเนินการว่า ในระยะ 5 ปีนี้ มีแผนงานที่จะดำเนินการ คือ แผนงานการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) การพัฒนาฐานข้อมูลทางพันธุกรรม การแก้ปัญหาวัณโรคด้วยการแพทย์แม่นยำ ชุดทดสอบยีนแพ้ยา การพัฒนาห้องปฏิบัติการอ้างอิงและห้องปฏิบัติการทั่วประเทศเพื่อรองรับระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพ  การพัฒนาความสามารถทางห้องปฏิบัติการและสารสนเทศรองรับโรคอุบัติใหม่ ตามแนวทาง Global Health Security Agenda (GHSA)/GLASS และการจัดตั้งศูนย์ทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ รวมถึงการดำเนินการด้านนวัตกรรมชุดทดสอบ โดยพัฒนาชุดทดสอบให้ขึ้นบัญชีนวตกรรมไทย ถ่ายทอดให้ภาคเอกชนเพื่อนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ และอบรมผู้ใช้ชุดทดสอบเพื่อสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ด้วย

ผู้อำนวยการกองแผนงานและวิชาการ ยังได้กล่าวถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนางานเทคนิคการแพทย์คือ การควบคุมกำกับมาตรฐานงานห้องปฏิบัติการในระบบบริการสุขภาพแบบปฐมภูมิ (PCC)  โดยเฉพาะ รพ.สต.ติดดาว จะต้องมีเทคนิคการแพทย์ลงไปกำกับดูแลการตรวจทางห้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรฐาน, การเฝ้าระวังเชื้อดื้อยา (AMR), และการส่งเสริมสุขภาพ โดยให้ประชาชนเข้าถึงบริการเทคนิคการแพทย์ง่ายขึ้น ซึ่งอาจอยู่ในรูปคลินิกเทคนิคการแพทย์ได้

ด้าน รศ.ยุพาเอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวว่า สภาเทคนิคการแพทย์ มีบทบาทต่อวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ใน 5 ด้านที่สำคัญ ได้แก่ ด้านการส่งเสริมและพัฒนา การศึกษา การวิจัย และการประกอบวิชาชีพ ด้านการควบคุม กำกับ ดูแล การให้บริการของผู้ประกอบวิชาชีพ ด้านการช่วยเหลือ แนะนำ เผยแพร่ ให้การศึกษาแก่ประชาชนและองค์กรอื่น เกี่ยวกับวิชาชีพ ด้านการผดุงสิทธิ ความเป็นธรรม และส่งเสริมสวัสดิการ ด้านการให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะ ต่อรัฐบาลเกี่ยวกับการเทคนิคการแพทย์ ในฐานะตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพ

“การพัฒนางานเทคนิคการแพทย์ ต้องกระทำใน 2 มิติไปพร้อมกัน ทั้งมิติของบุคคล และมิติของเนื้องาน กล่าวคือ ต้องมีการพัฒนาบุคลากรในสายวิชาชีพให้มีองค์ความรู้ที่ทันสมัยสอดรับกับสถานการณ์ทั้งปัจจุบันและอนาคต มีทักษะ และความเชี่ยวชาญสูงขึ้น ถึงพร้อมด้วยคุณธรรม จริยธรรม โดยไม่ละเลยเรื่องความมั่นคง ก้าวหน้าในสายงาน ขณะที่เนื้องานก็ต้องมีคุณภาพ และสามารถต่อยอดให้เป็นประโยชน์ในวงกว้างต่อระบบบริการสาธารณสุขมากขึ้น” รศ.ยุพากล่าวในตอนหนึ่ง และว่าการพัฒนางานเทคนิคการแพทย์ต้องกระทำไปพร้อมๆ กันทุกด้าน ทุกมิติ โดยแสวงหาความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ด้วย ซึ่งสภาเทคนิคการแพทย์ได้นำร่องในเรื่องความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ในโครงการระดับชาติไว้แล้วหลายโครงการ

ส่วน ทนพญ.สุจิตรา มานะกุล ที่ปรึกษาสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่าบทบาทของสมาคมฯ จะเป็นลักษณะการส่งเสริมและพัฒนาคุณค่าวิชาชีพให้เจริญก้าวหน้า รักษาจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ พัฒนาสาธารณะประโยชน์ และส่งเสริมสวัสดิการแก่สมาชิก โดยสมาคมฯ ชุดปัจจุบัน ภายใต้การนำของ ดร.สลักจิต ชุติพงษ์วิเวท ได้กำหนดเป้าประสงค์หลักในการพัฒนาวิชาชีพ ให้ก้าวทันเทคโนโลยี มีองค์ความรู้ในการประกอบวิชาชีพทัดเทียมนานาประเทศ

ส่วนเป้าประสงค์รอง ก็คือ วิชาชีพมีการประสานความร่วมมือกับภาครัฐ และเอกชน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน และ ผู้ประกอบวิชาชีพ สมาคมฯมีการปรับแนวคิดการทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน สมาชิกจะได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม เสมอภาค และรับรู้ข้อมูลข่าวสารทางเทคนิคการแพทย์อย่างต่อเนื่อง และคณะกรรมการสมาคมฯจะแสดงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานด้วยความ ซื่อสัตย์ โปร่งใส ตรวจสอบได้

ที่ปรึกษาสมาคมฯ กล่าวต่อว่า สมาคมฯ ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนนโยบายไว้ 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การพัฒนาบุคลากรและการรับรู้ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง, การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม, การบริหารจัดการองค์กร, การบริการ และการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ซึ่งแต่ละยุทธศาสตร์ จะมีการจัดทำกลยุทธและแผนปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์นั้นๆ

ทั้งนี้ ภาพรวมของการอภิปราย ได้กล่าวถึงจุดเน้นการส่งเสริมและพัฒนางานเทคนิคการแพทย์ไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ให้ทันยุคทันเทคโนโลยีมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่อง Precision Medicine เพื่อเตรียมเทคนิคการแพทย์บุคลากรให้พร้อมที่จะรองรับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้  และมุ่งเน้นการพัฒนาด้านการวิจัย และนวัตกรรม การสร้างเทคโนโลยี เพื่อรองรับนโยบาย ประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล โดยผู้อภิปรายระบุว่างานวิจัยทางเทคนิคการแพทย์มีน้อยมากเมื่อเทียบกับวิชาชีพอื่นๆ ทั้งๆ ที่มีเวทีให้นำเสนองานวิจัยจำนวนมาก จึงต้องกระตุ้นและพัฒนาเทคนิคการแพทย์ในเรื่องนี้มากขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมบทบาทของเทคนิคการแพทย์ในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิด้วย

นอกจากนี้ ยังเน้นไปที่การแสวงหาความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เพื่อขยายงาน ขยายโอกาสให้นักเทคนิคการแพทย์  ซึ่งสภาฯ ได้มีความร่วมมือกับหลายๆ องค์กร นำร่องไว้แล้ว ขณะเดียวกันการส่งเสริมและพัฒนางานเทคนิคการแพทย์ในอนาคต ก็ให้ความสำคัญในการมองหาตลาดงานใหม่ ให้นักเทคนิคการแพทย์ในภาคเอกชนมากขึ้น โดยไม่ฝากความหวังไว้กับงานภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว โดยนายกสภาเทคนิคการแพทย์ ได้จุดประกายเรื่องคลินิกแล็บคุณภาพ และ Medtech Startup ไว้ และคาดหวังว่าจะมีเวทีที่จะระดมความเห็นเพื่อต่อยอดในเรื่องนี้ต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here