เดินทางบ่อย นอนน้อย เสี่ยงมะเร็งตับ

0
89
ภาพประกอบจาก http://www.zeninnovation.co.th

เมื่อเร็วๆ นี้ เพจ ดร.พิทักษ์ตับ ซึ่งจัดทำโดยหน่วยปฏิบัติการวิจัยโรคตับอักเสบและมะเร็งตับ (Research Unit of Hepatitis and Liver Cancer) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้เปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับการเดินทางบ่อย และนอนน้อยหรือ “อาการ Jet lag” ซึ่งมักเกิดกับคนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ข้ามทวีปต่างเขตเวลา หรือใช้เวลาบนเครื่องบินนานหลายชั่วโมง ทำให้ประสบปัญหาการนอนหลับ การรับประทานอาหารผิดเวลา อาการง่วงซึม ส่งผลให้นาฬิกาชีวิต รวมถึงนาฬิกาของอวัยวะต่างๆ เดินผิดเพี้ยนไปด้วย ว่ามีความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งตับ

ทั้งนี้ จากผลการศึกษาในหนูทดลองที่รับประทานอาหารปกติ แต่อยู่ในภาวะ Jet lag แบบเรื้อรังเป็นเวลานาน พบว่าอาการ Jet lag ส่งผลให้เมตาบอลิซึมของตับทำงานผิดปกติ รบกวนการทำงานของตัวรับกรดน้ำดีที่ทำหน้าที่คอยควบคุมสมดุลของระดับกรดน้ำดีที่ตับ หรือที่เรียกว่า farnesoid X receptor (FXR) ทำให้มีการคั่งของกรดน้ำดีที่ตับสูง และส่งผลให้มีปริมาณคลอเรสเตอรอลสะสมในตับเพิ่มขึ้น จนเกิดภาวะ ไขมันพอกตับ (NAFLD) นอกจากนี้ยังไปกระตุ้นการทำงานของ constitutive androstane receptor (CAR) ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลไกการเกิดมะเร็ง ซึ่งทำให้หนูบางตัวพัฒนาเป็น มะเร็งตับ (HCC) ในที่สุดอีกด้วย 

เพจ ดร.พิทักษ์ตับ ระบุว่า ถึงแม้ว่ายังไม่มีการศึกษาภาวะ Jet lag ในคน แต่มีหลักฐานก่อนหน้านี้ที่ พบว่าพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน จนทำให้การนอนผิดปกติ ส่งผลให้คนกลุ่มนี้เกิดภาวะไขมันพอกตับและมีความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งตับสูงขึ้นเช่นกัน 

เพจ ดร.พิทักษ์ตับ ระบุว่าข้อมูลดังกล่าวมาจาก Nicole M. Kettner, Horatio Voicu, Milton J. Finegold, Cristian Coarfa, Arun Sreekumar, Nagireddy Putluri, Chinenye A. Katchy, Choogon Lee, David D. Moore, Loning Fu. Circadian Homeostasis of Liver Metabolism Suppresses Hepatocarcinogenesis. Cancer Cell, 2016; DOI: 10.1016/j.ccell.2016.10.007

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here