สธ.-กรมวิทย์ฯ เดินหน้าพัฒนาห้องแล็บ รพ.สมเด็จพระยุพราช สู่มาตรฐานสากลดูแลประชาชนในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ

0
134

กระทรวงสาธารณสุขสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารได้รับการรักษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน โดยมอบให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ส่งเสริมศักยภาพห้องปฏิบัติการทางการแพทย์โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชให้มีมาตรฐานสากล ทั้ง 21 แห่งทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2561 ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (รพร.) พร้อมด้วย นพ.สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างกรมวิทยาสาตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และมูลนิธิรพ.สมเด็จพระยุพราช เพื่อพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ (แล็บ) ของ รพร. ทั้ง 21 แห่ง ให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 15189 : 2012 ครอบคลุมทุกรายการตรวจวิเคราะห์ที่เปิดให้บริการ และได้พัฒนาเพิ่มเติมในรายการตรวจวิเคราะห์เพื่อการบริการโลหิต โดยมี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นพยานในพิธี

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กล่าวว่า โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช กำเนิดขึ้นจากความรักและศรัทธาของปวงประชาถวายแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร เพื่อเป็นโรงพยาบาล สำหรับให้บริการแก่ทหาร ตำรวจ พลเรือน อาสาสมัครและประชาชนในท้องถิ่นห่างไกลทุรกันดารได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง และเท่าเทียมกัน และในปี 2554 มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและธนาคารออมสิน จัดทำโครงการพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่งทั่วประเทศ โดยเน้นงานห้องปฏิบัติการพยาธิวิทยาคลินิก และงานเวชกรรมฟื้นฟู เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ ธันวาคม 2554 จัดทำเป็นโครงการ 4 ปี ตั้งแต่ปี 2554-2557 และได้รับการสนับสนุนจากธนาคารออมสินจำนวน 84 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่งได้รับบริการ ตรวจวินิจฉัยครบถ้วน ทันเวลาเช่นเดียวกับประชาชนในเขตเมือง

ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาธร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้มีการส่งเสริมและพัฒนาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี พ.ศ.2557 ได้มอบหมายให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทำบันทึกปฏิญญาความร่วมมือในการสนับสนุนการพัฒนาระบบบริหารคุณภาพตามมาตรฐานสากลของเครือข่ายห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่งทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถของห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ให้มีมาตรฐานสากล เป็นที่พึ่งของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารให้ได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง โดยในปีต่อมาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั่วประเทศ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการและได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล ISO 15189 : 2012 และISO 15190 : 2003 ครบทั้ง 21 แห่ง ซึ่งความสำเร็จของการพัฒนาระบบคุณภาพห้องปฎิบัติการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทุกแห่ง เพื่อสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2561 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีเจตจำนงที่จะขับเคลื่อนนโยบายการธำรงรักษาระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO 15189 : 2012 และ ISO 15190 : 2003 และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช เพื่อพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช (รพร.) ทั้ง 21 แห่ง ให้ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 15189 : 2012 ครอบคลุมทุกรายการตรวจวิเคราะห์ที่เปิดให้บริการ และได้พัฒนาเพิ่มเติมในรายการตรวจวิเคราะห์เพื่อการบริการโลหิต ซึ่งขณะนี้มีห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชที่ได้รับการรับรองครบทุกรายการตรวจวิเคราะห์แล้ว จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ รพร.ปัว จ.น่าน รพร.นครไทย จ.พิษณุโลก รพร.บ้านดุง จ.อุดรธานี รพร.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร รพร.สระแก้ว จ.สระแก้ว รพร.กระนวน จ.ขอนแก่น รพร.เลิงนกทา จ.ยโสธร รพร.ยะหา จ.ยะลา และรพร.สายบุรี จ.ปัตตานี โดย รพร.สายบุรี ยังมีคะแนนห้องปฏิบัติการรังสีวินิจฉัยมากที่สุดอีกด้วย ทั้งนี้ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชจะได้รับรองครบทุกรายการ ตรวจวิเคราะห์ทั้ง 21 แห่ง ภายในปีงบประมาณ 2562 เพื่อเป็นหลักประกันผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการให้แก่ผู้มารับบริการและตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้ผู้รับบริการสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพอย่างเสมอภาคเท่าเทียมและทั่วถึง

“การรับรองมาตรฐาน ISO 15189 : 2012 และ ISO 15190 : 2003 จะมีอายุ 2 ปี และจะมีการตรวจติดตามภายในทุกปี ซึ่งปัจจุบันโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชมีความก้าวหน้าด้านการพัฒนาและมีการธำรงรักษาระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการ ตามมาตรฐานสากล ISO 15189 : 2012 ครบทุกแห่ง เป็นความร่วมมือระหว่างผู้บริหารและบุคลากรด้านการพัฒนาระบบคุณภาพห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั่วประเทศ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561” นายแพทย์สุขุมกล่าว

ด้าน ทนพ.สวาท อุดมศรี หัวหน้ากลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ รพ.สมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน จ.สกลนคร กล่าวว่า ห้องปฏิบัติการ รพร.สว่างแดนดิน ได้รับการรับรองความสามารถในการตรวจวิเคราะห์และผ่านมาตรฐาน ISO 15189:2012 และ ISO 15190:2003 โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นรอบที่ 4 แล้ว แสดงถึงความยั่งยืนของมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ โดยจะมีการควบคุมคุณภาพทั้งภายในและภายนอก ภายในคือ ทุกเช้าทางห้องปฏิบัติการจะนำตัวอย่างเทียมที่รู้ค่ามาทำการตรวจวิเคราะห์ก่อนว่าได้ผลตรงกับค่าเป้าหมายหรือไม่  รวมถึงมีการตรวจสอบเครื่องมือทุกเช้าตั้งแต่เวลา 05.00 น.เพื่อให้ทราบผลทันเวลา 08.00 น. ทำให้ทราบผลได้รวดเร็วขึ้น  ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น ซึ่งทาง รพ.มีการส่งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการทางออนไลน์ให้เครือข่ายของ รพ. ทำให้มีความสะดวกรวดเร็ว และยังลดค่าตรวจเพื่อช่วยเครือข่ายด้วย  ในขณะที่การควบคุมคุณภาพภายนอก เช่น การทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล และหน่วยงานภายนอกอื่นๆ ทาง รพ.ได้รับการยอมรับจากเครือข่ายอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่มารับบริการได้เป็นอย่างดี

(ข้อมูลข่าว : ไทยโพสต์ ผู้จัดการออนไลน์ และเดลินิวส์)

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here