นายกสภาเทคนิคการแพทย์ชี้ ต้องปรับบริบทวิชาชีพให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางวิชาการและเทคโนโลยี

0
405

ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของวิชาการและเทคโนโลยี เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มี Technology disruption เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Automation with auto-validation ตามมาด้วย AI (Artificial intelligence) ส่งผลกระทบต่อ Machine based profession เทคนิคการแพทย์จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบริบท ให้สามารถอยู่ในระบบสุขภาพได้อย่างมีคุณค่าและมีความสุข

รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวในพิธีเปิดงานมหกรรมคุณภาพมาตรฐานห้องปฏิบัติการระดับชาติ ครั้งที่ 7 ประจำปี 2561 (Thailand LA Forum 2018) ที่สภาเทคนิคการแพทย์ โดยคณะอนุกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ จัดขึ้น ณ อิมแพค ฟอรัม เมืองทองธานี วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้อยู่ในยุค Thailand 4.0 ระบบบริการสุขภาพมีการปรับตัวขนานใหญ่ เทคนิคการแพทย์ก็จำเป็นต้องปรับตัวเช่นกัน เรื่องนี้ภายหลังเข้ารับตำแหน่งนายกสภาฯ เมื่อปี 2560 ได้นำเสนอเรื่อง Road map to MT 4.0 ในการประชุมวิชาการสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศในพระอุปถัมภ์ฯ ไปแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และนโยบาย MOPH 4.0 ของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี (2560-2579) ที่เน้นนโยบาย PPP : Promotion, Prevention, Protection ( ส่งเสริม ป้องกัน คุ้มครอง) ด้วย

นายกสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวต่อไปว่า สภาเทคนิคการแพทย์ มีบทบาทสำคัญ ในการส่งเสริมการศึกษา การวิจัย การบริการวิชาชีพ การกำหนดมาตรฐานประกอบวิชาชีพ และการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบวิชาชีพทั้งนี้ บริบทของเทคนิคการแพทย์ จะต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของวิชาการและเทคโนโลยี  ซึ่งในปี 2561 นี้ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ ศ.เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาธร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกันประกาศนโยบาย เรื่อง Precision medicine และ Genomics Thailand 4.0 สำหรับการดูแลสุขภาพประชาชน จึงเป็นเรื่องที่วิชาชีพต้องตื่นตัว และเตรียมพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

นายกสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของวิชาการและเทคโนโลยี เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มี Technology disruption เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้ง Automation with auto-validation ตามมาด้วย AI (Artificial intelligence) ส่งผลกระทบต่อ Machine based profession เทคนิคการแพทย์จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบริบท ให้สามารถอยู่ในระบบสุขภาพได้อย่างมีคุณค่าและมีความสุข

ภาพพิธีเปิดงาน Thailand LA Forum 2018 จากเว็บไซต์สภาเทคนิคการแพทย์

“เป็นที่น่ายินดีที่ ได้มีการปรับแก้ร่างพระราชบัญญัติระบบสุขภาพปฐมภูมิ ซึ่งได้รับฟังความคิดเห็นแล้ว เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 โดยได้กำหนดให้ทุกวิชาชีพสุขภาพ ซึ่งรวมทั้งเทคนิคการแพทย์ด้วย ร่วมกันดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชน  ขณะเดียวกัน คณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ ได้เสนอ (ร่าง)แผนแม่บท  กำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ ระยะ 10 ปี พ.ศ.2560 – 2569 ภายใต้ข้อเสนอนโยบายการพัฒนาการศึกษาบุคลากรวิชาชีพสุขภาพ จากคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์พัฒนาการศึกษา สำหรับบุคลากรด้านสุขภาพ ในศตวรรษที่ 21 (2557-2560) ที่สอดคล้องกับระบบบริการสุขภาพในอนาคต ทั้งการบริการในโรงพยาบาล (Hospital care) และนอกโรงพยาบาล (non-hospital care) โดยการมีส่วนร่วมของหน่วยบริการทุกภาคส่วน ทั้งรัฐและเอกชน โดยครอบคลุมทั้ง General Practitioners และ Specialist นั่นหมายถึง งานเทคนิคการแพทย์ ก็จะต้องปรับเปลี่ยนบริบท ออกนอกห้องปฎิบัติการลงสู่ชุมชน และร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ รพ.สต.” นายกสภาเทคนิคการแพทย์กล่าวในตอนหนึ่ง

นายกสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวต่ออีกว่า บริบทของเทคนิคการแพทย์ จะประกอบไปด้วย การดูแลสุขภาพร่วมกับสหวิชาชีพในชุมชน การให้บริการในห้องปฏิบัติการ และ Excellence laboratory (Genomics) ซึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยนตั้งแต่การผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ ของสถาบันผู้ผลิตที่ต้องมุ่งชุมชนเป็นฐาน และการบูรณาการร่วมกับสหวิชาชีพ ( Community Engaged and Inter-professional Health Education)  ในส่วนของเทคนิคการแพย์ที่อยู่ในระบบสุขภาพ ก็จะต้องได้รับการพัฒนาเข้าสู่นโยบายบริการสุขภาพที่เปลี่ยนไป  การรับรองมาตรฐานคุณภาพ อาจจะต้องขับเคลื่อนออกจากห้องปฏิบัติการ  ไปตามบริบทการให้บริการของงานเทคนิคการแพทย์ โดยมีเป้าหมาย “ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน”

(ข้อมูลข่าว เว็บไซต์สภาเทคนิคการแพทย์ อ่านข่าวต้นฉบับ ที่นี่)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here