สภาเทคนิคการแพทย์ แถลงผลการดำเนินงาน 1 ปี

0
193

คณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ ชุดปัจจุบัน มี รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ เป็นนายกสภาฯ เข้าปฏิบัติหน้าที่ต่อจากคณะกรรมการชุดเดิม เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2560 โดยแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารและประธานคณะอนุกรรมการด้านต่างๆ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 และแถลงนโยบายเพื่อเป็นกรอบในการดำเนินงานเมื่อ วันที่ 6 มิถุนายน 2560 ประกอบด้วย 6 ด้านที่สำคัญคือ ด้านบริหาร, ด้านการประกอบวิชาชีพ, ด้านวิชาการ, ด้านมาตรฐานวิชาชีพ, ด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ และด้านความร่วมมือกับองค์กรภายนอก ซึ่งครอบคลุมวัตถุประสงค์ของสภาเทคนิคการแพทย์ ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ทุกด้าน 

ในรอบระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา (19 เมษายน 2560 – 18 เมษายน 2561) สภาเทคนิคการแพทย์ได้ดำเนินการตามนโยบายที่แถลงไว้ มีความคืบหน้า และประสบผลสำเร็จหลายประการ ซึ่งเว็บไซต์สภาเทคนิคการแพทย์ได้นำมาเผยแพร่ สรุปได้ดังนี้

ด้านการบริหาร

มีการจัดระบบการบริหารงานในสำนักงานสภาเทคนิคการแพทย์ ทั้งงานบุคลากรและงานเอกสาร ให้มีความคล่องตัว ตรวจสอบง่าย โดยเฉพาะการใช้จ่ายเงินของสภาเทคนิคการแพทย์ ได้แยกเป็นหมวดอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีการจัดทำบัตรประจำตัวสมาชิกสภาผ่านระบบออนไลน์ ปรับปรุงฐานข้อมูลสมาชิกให้มีความถูกต้องเป็นปัจจุบัน ปรับปรุงโปรแกรมฐานข้อมูลต่างๆ ของสมาชิก เพื่อรองรับการต่ออายุใบประกอบวิชาชีพให้มีความสมบูรณ์ และเพื่อประโยชน์การใช้ข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์สถานการณ์กำลังคนวิชาชีพ รวมทั้งได้ให้ความเห็นต่อร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ที่สำคัญหลายฉบับ ตลอดจนการให้ข้อมูลด้านการให้บริการวิชาชีพที่ถูกต้องและมีมาตรฐาน แก่หน่วยงานต่างๆ และประชาชน รวมตลอดถึงการหาข้อเท็จจริง และตรวจสอบข้อมูลที่ได้รับร้องเรียนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาชน และ  ผู้ประกอบวิชาชีพ เกี่ยวกับการให้บริการวิชาชีพ

ด้านการประกอบวิชาชีพ

สภาฯ  ร่วมกับชมรมเทคนิคการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เสนอแผนอัตรากำลังคน ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙) วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ให้คณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เสนอหนังสือต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยขอความอนุเคราะห์ ให้คงอัตราว่างจากการเกษียณอายุราชการของนักเทคนิคการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ (เวชศาสตร์การธนาคารเลือด) และ เจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเสนอขอปรับเพิ่มเงิน พตส.ให้นักเทคนิคการแพทย์ โดยได้เสนอขอปรับปรุงหลักเกณฑ์และอัตราเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ปฏิบัติงานสาธารณสุข (พ.ต.ส.) ของวิชาชีพเทคนิคการแพทย์  เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มทั่วไป 2,000 บาท, กลุ่มหัวหน้างาน/สาขา 3,500 บาท และกลุ่มผู้มีประสบการณ์พิเศษเพิ่มเติม 5,000 บาท

สภาฯ ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการทางกฎหมายกรณีต่างๆ เช่น การตรวจเลือดสดหยดเดียว เทคนิคการแพทย์กระทำผิด พรบ.สถานพยาบาล การออกแถลงการณ์ร่วมกับนายกสภาพยาบาล ชี้แจงกรณีพยาบาลถูกดำเนินคดีจากการเจาะเลือดผู้ตรวจสุขภาพ

ในคราวเกิดอุทกภัย และอัคคีภัยในปี 2560 สภาฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์หลายรายที่ประสบภัย เป็นจำนวนเงิน กว่า 1 แสนบาท

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับองค์กร และนักเทคนิคการแพทย์ทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมตรวจสุขภาพและให้ความรู้แก่ประชาชน เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีเทคนิคการแพทย์ไทย รวมทั้งจัดโครงการสภาเทคนิคการแพทย์สัญจรพบสมาชิก 4 ภาค เพื่อพบปะสมาชิก รับทราบปัญหาในการประกอบวิชาชีพ และชี้แจงถึงนโยบาย ผลงานของสภาฯ และขั้นตอนการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพด้วย

ด้านวิชาการ

นอกจากการรับรองหลักสูตรและสถาบันผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ตามอำนาจหน้าที่แล้ว สภาฯ ได้ดำเนินการยกเลิกเงื่อนไข และข้อจำกัดการเก็บหน่วยคะแนนการศึกษาต่อเนื่อง (CMTE) และเร่งรัดกระบวนการ อนุมัติหน่วยคะแนน CMTE รายบุคคล ซึ่งตกค้างสะสมจำนวนมากจนเป็นปัจจุบัน เป็นการเตรียมพร้อมรองรับการต่ออายุใบอนุญาตได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

สภาฯ ชุดปัจจุบัน ได้ริเริ่มการส่งเสริมการวิจัยเป็นครั้งแรก โดยแต่งคณะอนุกรรมการส่งเสริมการวิจัย ทำหน้าที่วิเคราะห์ และ วางแผนส่งเสริมการวิจัยทางเทคนิคการแพทย์ พัฒนาระบบส่งเสริม และสนับสนุนการวิจัย สำหรับนักเทคนิคการแพทย์ รวมทั้งดำเนินการพัฒนาศักยภาพในการทำวิจัยแก่สมาชิก

ขณะเดียวกัน ยังได้หาแนวทางร่วมกับสภาคณบดีสถาบันผลิตบัณฑิตแห่งประเทศไทย ในการปรับปรุงและพัฒนาการสอบวัดความรู้ให้สอดคล้องกับบริบทการประกอบวิชาชีพในปัจจุบัน รวมทั้งได้จัดเพิ่มที่นั่งสอบในต่างจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าสอบวัดความรู้ เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพด้วย

ในส่วนของการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน ได้เผยแพร่ความรู้เรื่องการตรวจเลือดสดหยดเดียว (Live Blood Analysis; LBA) ทำให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้มากขึ้น

ด้านมาตรฐานวิชาชีพ

มีการประกาศใช้มาตรฐานงานเทคนิคการแพทย์ 2560 พร้อมกับตรวจประเมินและรับรองระบบบริหารคุณภาพห้องปฏิบัติการ การจัดอบรมหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานวิชาชีพ จัดสัมมนาผู้ตรวจประเมิน และจัดการประชุมวิชาการมหกรรมคุณภาพมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ระดับชาติครั้งที่ 6 ประจําปี 2560 (Thailand LA forum 2017) ที่อิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี

ด้านการประชาสัมพันธ์

นอกเหนือจากการเผยแพร่ข่าวสารการดำเนินงานของสภาฯ ใน website สภาเทคนิคการแพทย์ และ website อื่นที่เข้าถึงสมาชิกอย่างต่อเนื่องแล้ว  ยังได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่างสภาฯกับสมาชิกให้มากขึ้น นอกเหนือจากเว็บไซต์ที่มีอยู่แล้ว เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับสมาชิกสภาฯ ได้แก่ MT council official line , Face book Fan page: The Medical Technology Council และ Electronic mail: mtcouncilthai@gmail.com นอกจากนี้ยังได้เปิดช่อง Medtech Channel ทางยูทูปด้วย

ด้านความร่วมมือกับองค์กรภายนอก

สภาเทคนิคการแพทย์ ภายใต้การนำของ รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาฯ ได้นำวิชาชีพเทคนิคการแพทย์เข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการสำคัญระดับชาติถึง 5 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ การลดอุบัติการณ์การติดเชื้อเอชไอวี, การคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่, การป้องกันควบคุมโรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส, การกวาดล้างไข้มาลาเรียแห่งชาติ และการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย

นายกสภาฯ กับผู้อำนวยการศูนย์โรคเอดส์ สภากาชาดไทย

ทั้งนี้ การลดอุบัติการณ์การติดเชื้อเอชไอวี สภาเทคนิคการแพทย์ ได้ดำเนินการให้เทคนิคการแพทย์ในโรงพยาบาลได้ทำงานร่วมกับสหวิชาชีพ ในตรวจการติดเชื้อเอชไอวีในชุมชนและกลุ่มเสี่ยง ในโครงการลดผู้ติดเชื้อเอชไอวี ตามเป้าหมายที่องค์การอนามัยโลกกำหนด

ส่วนการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ สภาฯ ได้ประสานงานกับหัวหน้าโครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ สถาบันมะเร็ง ให้เทคนิคการแพทย์ ในโรงพยาบาลของรัฐทุกระดับ มีส่วนร่วมในโครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยการทำหน้าที่ตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ ด้วย FIT test (Fecal Immunochemical test)  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาและป้องกันภาวะเสี่ยงจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ในกลุ่มประชากรทั่วไปที่มีอายุ 50-70 ปี และกลุ่มเสี่ยงสูงทั่วประเทศ ตั้งแต่ ปี 2561เป็นต้นไป โดย ปี 2561 มีเป้าหมาย จำนวน 1,278,000 ราย

สำหรับการป้องกันควบคุมโรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัสนั้น สภาฯ จะร่วมพัฒนาแผนดำเนินการ โดยการสำรวจข้อมูลสถานภาพปัจจุบันของการตรวจคัดกรองการติดเชื้อ HBV (HBsAg / HBeAg ) และ HCV (anti-HCV) ทั้งด้านศักยภาพ และ เทคนิคการทดสอบของโรงพยาบาทุกระดับ เพื่อกำหนดแนวทางการตรวจและพัฒนาศักยภาพ/คุณภาพ  ซึ่งอาจดำเนินการในระบบเครือข่ายห้องปฏิบัติการต่อไป

เรื่องยุทธศาสตร์การกวาดล้างไข้มาลาเรียแห่งชาติ Thailand will be malaria free by  2024 (พ.ศ. 2568) นายกสภาฯ ได้ร่วมหารือกับคณะผู้ประเมินการตรวจวินิจฉัยโรคไข้มาลาเรีย (Malaria Diagnostic Assessment) ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนองค์การอนามัยโลก และผู้เชี่ยวชาญจากฝ่ายไทย และร่วมประชุมสรุปผลการประเมินการตรวจวินิจฉัยโรคไข้มาลาเรีย กับสำนักโรคติดต่อนำโดยแมลง มีความเห็นร่วมกันว่า ห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ ในสถานพยาบาลต่างๆ จะต้องรับงานตรวจวินิจฉัยโรคไข้มาลาเรีย แทนหน่วยงานตรวจหาเชื้อมาลาเรียที่หมดภาระหน้าที่ลง โดยการตรวจด้วย  Microscopic technique ซึ่งเป็นเทคนิคมาตรฐาน ตลอดจนการตรวจระดับโมเลกุล และพร้อมที่จะดำเนินการควบคุมคุณภาพในรูปแบบเครือข่าย ด้วยการจัดตั้ง Reference Laboratory   ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก  ซึ่งจะได้มีการดำเนินการต่อไป

การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สภาเทคนิคการแพทย์ ร่วมกับ 25 องค์กร ได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมว่าด้วยการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย โดยวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ มีส่วนร่วมสำคัญ ในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่1 คือ การเฝ้าระวังการดื้อยาต้านจุลชีพ เพื่อตรวจสอบจับเชื้อดื้อยาและป้องกันการระบาดในคน (Antimicroial Resistance Surveilance) และ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาลและควบคุมการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม ซึ่งสภาเทคนิคการแพทย์ ได้ตอบสนอง ด้วยการพัฒนาศักยภาพของนักเทคนิคการแพทย์ด้านจุลชีววิทยา ให้มีความรู้ความสามารถทั้งด้านการตรวจวินิจฉัยเชื้อจุลชีพดื้อยา การวิเคราะห์ข้อมูล และการวิจัย เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการระบาดของเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในคน โดยร่วมมือกับ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดหลักสูตร “เทคนิคการแพทย์เฉพาะทาง16 หน่วยกิต สาขาจุลชีววิทยาคลินิก แขนงวิชาวิชาแบคทีเรียดื้อยา” ขึ้น

สำหรับการเข้าร่วมแสดงความเห็นและข้อแสนอแนะแก่องค์กรภายนอกนั้น สภาฯ ได้ให้ความเห็นเรื่องบทบาทของเทคนิคการแพทย์ในการวิจัยนวัตกรรมยาใหม่ กับศูนย์วิจัยค้นคว้าและพัฒนายา สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวคือ สามารถประยุกต์ความรู้ทางเทคนิคการแพทย์ในการวิจัยเพื่อพัฒนายา ตั้งแต่ขั้นตอนศึกษา คุณสมบัติ การทดสอบฤทธิ์และความเป็นพิษของสาร ในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลอง การศึกษาหาเป้าหมายการออกฤทธิ์ของยา (target of drug action) การศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรม (genetic polymorphisms) รวมถึงการวิจัยทางคลินิกเพื่อทดสอบประสิทธิภาพ และติดตามผลของยาต่อการเปลี่ยนแปลง Pathophysiology ในมนุษย์ ทั้งอาสาสมัคร และผู้ป่วย และยังร่วมกับกองเครื่องมือแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ในการติดตามและประเมินผลการดำเนินการจัดทำรายงานผลการอันผิดปกติของเครื่องมือแพทย์ หรือผลอันไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภค และรายงานการดำเนินการแก้ไข เพื่อความปลอดภัยในการใช้เครื่องมือแพทย์จากผู้ประกอบการเครื่องมือแพทย์ที่เกี่ยวข้อง และร่วมพัฒนาแบบรายงานการใช้เครื่องมือแพทย์ หลังเข้าสู่ท้องตลาดแล้ว (post market surveillance) เพื่อใช้ประเมินเครื่องมือแพทย์ด้วย

นอกจากนี้ นายกสภาฯ ยังได้ร่วมเสวนาและบรรยายในนามสภาเทคนิคการแพทย์กับองค์กรภายนอกอีกหลายองค์กร ซึ่งการได้ร่วมเสวนากับองค์กรภายนอก จะนำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพของวิชาชีพในโครงการระดับชาติต่อไป

ทั้งนี้ สภาเทคนิคการแพทย์มีความคาดหวังในการขอมีส่วนร่วมในการบริการ การพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์/เทคนิคการแพทย์ เช่น การพัฒนาเครือข่ายงานห้องปฏิบัติการเทคนิคการแพทย์ในพื้นที่ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งรวมถึง คลินิกเทคนิคการแพทย์ด้วย  การพัฒนาองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีทันสมัยที่ดำเนินการตามนโยบายประเทศไทย 4.0 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับ Precision Medicine ให้แก่ นักเทคนิคการแพทย์ สำหรับการดูแลสุขภาพประชาชน ทั้งในด้านการตรวจสุขภาพ การวินิจฉัยโรค และการติดตามผลการรักษา รวมทั้งขอเป็นเครือข่าย ในงานคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อป้องกันและส่งเสริมสุขภาพประชาชน เกี่ยวกับสารพิษ ในสิ่งแวดล้อมและ อาหารปลอดภัย เป็นต้น

รศ.ทนพญ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ และ ทนพญ.สมพิศ ปินะเก อุปนายกสภาเทคนิคการแพทย์คนที่ 1 เข้าร่วมประชุมแผนกำลังคน และหารือความร่วมมือ ระหว่าง สภาวิชาชีพด้านสุขภาพ กับกระทรวงสาธารณสุข ณ ห้องประชุมประยูรภมรมนตรี ชั้น 3 อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมี ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุม เมื่อวันที่ 30 เม.ย.61
รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ นำคณะกรรมการบริหารสภาฯ ร่วมประชุมหารือเรื่องการพัฒนาความร่วมมือระหว่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กับสภาเทคนิคการแพทย์ ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เมื่อ 30 เมย.61

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์สภาเทคนิคการแพทย์

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here