เทคนิคการแพทย์กังวลใจ ประกาศสภาการพยาบาลเรื่องเจาะเลือด

1
4007

นายกสภาเทคนิคการแพทย์ แจ้งให้สภาการพยาบาล ทบทวนถ้อยคำในประกาศ และแก้ไขเพิ่มเติม ให้มีความชัดเจน และไม่ขัดต่อ พรบ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์

เมื่อวานนี้ (25 ตค.) มีรายงานข่าวว่า นักเทคนิคการแพทย์ได้ให้ความสนใจ กรณีสภาการพยาบาลออกประกาศ เรื่องแนวทางปฏิบัติสำหรับพยาบาลวิชาชีพในการเจาะเก็บตัวอย่างเลือด เพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์สภาการพยาบาล ซึ่งต่อมามีการส่งต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ไปอย่างกว้างขวาง โดยนักเทคนิคการแพทย์หลายรายแสดงความแปลกใจ และเห็นว่าข้อความในประกาศคลุมเครือ ไม่ชัดเจนบางส่วนมีความคาบเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ด้วย

ทั้งนี้ ประกาศสภาการพยาบาลฉบับดังกล่าว ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติสำหรับพยาบาลวิชาชีพในการเจาะเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อส่งตรวจวิเคราะห์ไว้ 4 ข้อ คือ (1) ต้องเป็นแนวทางเวชปฏิบัติ (Clinical Practice Guideline;CPG) หรือแนวปฏิบัติทางการพยาบาล (Clinical Nursing Practice Guideline;CNPG) (2) ต้องไม่เป็นผู้ตรวจวิเคราะห์หรือวินิจฉัย แต่ให้ส่งตัวอย่างเลือดไปยังหน่วยวิเคราะห์ (3) ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล จะเป็นผู้ตรวจวิเคราะห์หรือวินิจฉัยเฉพาะกรณีให้บริการแก่ผู้รับบริการรายที่ตนดูแลในลักษณะการตรวจ ณ จุดดูแลผู้ป่วย (Point of Care testing) เช่น การตรวจระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานก่อนการให้อินซูลิน เป็นต้น (4) การออกหน่วยตรวจสุขภาพหรือรับบริจาคโลหิต หากไม่มีผู้ประกอบวิชาชีพอื่นร่วมปฏิบัติงานด้วย ให้พยาบาลวิชาชีพทำหน้าที่เฉพาะการเจาะเก็บตัวอย่างเลือด เท่านั้น (ดูรายละเอียดที่ https://www.tnmc.or.th/news/179)

ด้าน รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ ตอบข้อซักถามของ “เมดเทคทูเดย์” ว่ามีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (26 ตค.) ว่า สภาเทคนิคการแพทย์ รับทราบประกาศสภาการพยาบาลฉบับดังกล่าวแล้วในการประชุมเมื่อวันที่ 24 ตค.ที่ผ่านมา และเห็นว่าข้อความในข้อ 4 ควรมีการขยายความให้ชัดเจน และต้องพิจารณากฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติได้ โดยเฉพาะการออกหน่วยตรวจสุขภาพ จะต้องพิจารณาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่ากำหนดข้อปฏิบัติไว้อย่างไร พยาบาลวิชาชีพทำหน้าที่เจาะเก็บตัวอย่างเลือด ในกรณีที่ไม่มีผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ซึ่งคงหมายถึงแพทย์ และเทคนิคการแพทย์ร่วมปฏิบัติงานด้วยได้หรือไม่  ส่วนการรับบริจาคโลหิตก็ต้องมีความชัดเจนว่า ขอบข่ายการปฏิบัติงานของพยาบาลเป็นอย่างไร เพราะการรับบริจาคโลหิตนั้น ต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ และผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมร่วมปฏิบัติงานด้วย ตามข้อบังคับสภาเทคนิคการแพทย์

“นายกสภาฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้แจ้งข้อกังวลใจนี้ให้สภาการพยาบาลทราบแล้วตั้งแต่วันที่ 24 ตค.ที่ผ่านมา ผ่านเลขาธิการสภาการพยาบาล เพื่อให้สภาการพยาบาลได้ทบทวนถ้อยคำ และแก้ไขเพิ่มเติมให้มีความชัดเจน และไม่ขัดต่อ พรบ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์” นายกสภาเทคนิคการแพทย์กล่าว

นายกสภาเทคนิคการแพทย์ กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนระหว่างสองวิชาชีพที่ทำงานร่วมกันด้วยดีมานาน จึงต้องระมัดระวังการแสดงความเห็น และไม่ขยายประเด็นจนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างวิชาชีพ ซึ่งสภาเทคนิคการแพทย์และสภาการพยาบาลจะได้ประสานความร่วมมือ เพื่อทำความเข้าใจกับผู้ประกอบวิชาชีพต่อไป 

1 ความคิดเห็น

  1. ตกลงเขาไปทบทวนหรือยัง หรือเขาทบทวนแล้วไม่สนใจ หรือเขาไม่สนใจจะทบทวน จนถึงวันนี้ก็ยังเห็นแขวนประกาศฉบับเดิมข้อความเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here