สำรวจเสียงสะท้อน เห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย ใช้ “ทน.”

2
966

กลายเป็นประเด็นร้อนภายในเวลาไม่กี่นาที หลังข่าวสภาเทคนิคการแพทย์ออกประกาศ กำหนดคำนำหน้านามผู้ประกอบวิชาชีพฉบับใหม่ ซึ่งยกเลิก “ทนพ./ทนพญ.” ที่เคยใช้กันมาแต่เดิม และให้ใช้ “ทน.” แทนทั้งชายและหญิง

ประชาสัมพันธ์ สภาเทคนิคการแพทย์ อธิบายเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวในเวลาต่อมาว่า จากการใช้คำนำหน้าชื่อ “ทนพ./ทนพญ.”ตามราชบัณฑิตสภากำหนด ที่ผ่านมาทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร มักเกิดความเข้าใจผิดคิดว่า “ทนพญ.” คือแพทย์หญิง “ทนพ.” คือ นายแพทย์ หรือ ทันตแพทย์  และทุกวิชาชีพ คำย่อหน้าชื่อล้วนมีแค่ 2-3 ตัวย่อ มีเพียงวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ที่มี 4 ตัวอักษรย่อ ซึ่งจะยาวเมื่อพิมพ์ลงในใบออกผล lab นอกจากนี้ การเปลี่ยนมาใช้ ทน. ก็เพื่อให้สอดคล้องกับเลขที่ ท.น.(เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ)

ประเด็นการใช้ “ทน.” มีเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์จำนวนมาก ทั้ง “เห็นด้วย” และ “ไม่เห็นด้วย” ซึ่งบางความเห็นแม้จะเจือไปด้วยอารมณ์อยู่บ้าง แต่ถ้าหากกรองเอาแต่ “เนื้อ” ก็ควรค่าแก่การรับฟังอยู่มิใช่น้อย

ฝ่ายที่ “เห็นด้วย” บอกว่า การเปลี่ยนมาใช้ “ทน.” จะเป็นการแสดงตัวตนของวิชาชีพที่แท้จริง ไม่สับสนเหมือน “ทนพ./ทนพญ.” ซึ่งบางครั้งใช้คำย่อไม่ถูกต้อง กลายเป็น “ท.นพ./ทน.พญ.” จึงมีคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแพทย์ บางครั้งเกิดความเข้าใจผิดทางธุรการ เพราะไม่เข้าใจความหมายและตัด ทน. ออกไป ทำให้เกิดความสับสนยิ่งขึ้น หรืออาจมีการนำไปกล่าวอ้างใช้แสวงหาผลประโยชน์  ขณะเดียวกันก็มีข้อท้วงติงจากผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขอยู่เนืองๆ รวมทั้งถูกต่อว่าจากคนในวงการสาธารณสุข ว่าอยากมีคำนำหน้านามแบบแพทย์ ขณะที่เลขที่ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ก็เรียก เลข ทน. จึงน่าจะใช้คำนำหน้านามให้สื่อความหมายเดียวกัน  นอกจากนี้ยังมีความเป็น unisex ไม่ต้องแบ่งแยกเพศอีกด้วย

ส่วนเรื่องการใช้คำนำหน้านามตามการกำหนดของราชบัณฑิตนั้น บางวิชาชีพก็ไม่ได้ใช้ และเห็นว่าการใช้ “ทน.” มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนวิชาชีพใดๆ

ในฟากฝั่งของผู้ “ไม่เห็นด้วย” บอกว่าความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าถ้าใช้ “ทนพ./ทนพญ.” แล้วทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นแพทย์ อาจมีบางคนเข้าใจเช่นนั้นแต่ไม่ใช่ทุกคนจะคิดเหมือนกัน ความเข้าใจคาดเคลื่อนอาจพบได้ในระยะแรกมากหน่อย เมื่อนานไปก็ย่อมลดน้อยลงเป็นธรรมดา ซึ่งคงไม่ใช่ประเด็นหลักที่ต้องมาใช้ “ทน.” แทน ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าย่อนี้มาจากอะไร ความจริงวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ (Medical Technologist) ย่อว่า “ทนพ.” ก็น่าจะเข้าหลักเกณฑ์ ว่าย่อมาจากรากศัพท์นั้น แต่การย่อว่า “ทน.” เป็นเพียงการย่อที่มาจากคำว่า “เทคนิค”เพียงคำเดียว ส่วนคำว่า “แพทย์” หรือ Medical ไม่ปรากฏในคำย่อเลย ซึ่งน่าจะไม่ตรงหลักเกณฑ์การย่อคำนัก

กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยบอกว่า ผู้บริหารกระทรวงจะมีความเห็นอย่างไร จะสับสนอย่างไร พวกเราในฐานะ ทนพ. และ ทนพญ.มีหน้าที่ชี้แจงและประชาสัมพันธ์วิชาชีพให้รู้จักมากขึ้น ควรมีจุดยืนของตนเอง ยึดมั่นในเกียรติภูมิและศักดิ์ศรี ไม่ใช่เปลี่ยนไปตามความต้องการของคนอื่น และการเปลี่ยนแปลงใดๆก็ต้องมีหลักวิชาการรองรับ ว่าย่อแล้ว ในทางศัพท์มีคำแปลรองรับหรือไม่  ของเดิมดีอยู่แล้ว ใช้กันมานานจนเป็นที่คุ้นชิน ไม่ควรจะไปเปลี่ยนแปลงให้เกิดความสับสนแก่ประชาชน

กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วย ยังบอกด้วยว่า การตัดสินใจใดๆในเรื่องที่สำคัญ ที่ส่งผลกระทบต่อสมาชิกสภาเทคนิคการแพทย์ทุกคน ควรมีการสอบถามต่อสมาชิกก่อน แล้วนำความเห็นไปประกอบการตัดสินใจ ที่ผ่านมาการตัดสินใจเรื่องดังกล่าวก็ไม่ได้ถามความคิดเห็นจากสมาชิก และเห็นว่าการใช้ ทน. ตามด้วยชื่อนั้น ลดความสง่างามของวิชาชีพลง กว่าการใช้ ทนพ./ทนพญ. อันแสดงให้ผู้ป่วยได้รับทราบในเบื้องต้น ว่าผู้ปฎิบัติงานเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ การใช้ ทน. นั้น ผู้ป่วยจะไม่ทราบได้เลยว่าอักษรดังกล่าวย่อ มาจากอะไรหากไม่ได้อยู่ในแวดวงสุขภาพ ซึ่งวัตถุประสงค์ในการใช้ อักษรย่อนำหน้าชื่อสกุล คือ ต้องการให้ผู้ป่วยได้ทราบและวางใจที่จะรับบริการทางการแพทย์ อีกทั้งการใช้ ทน. แสดงถึงความไม่ชัดเจนว่า ย่อจากอะไร สื่อความแค่ “เทคนิค” ซึ่งก็ไม่แน่ชัดว่า “เทคนิค” อะไร  สภาฯ อาจมีอำนาจกำหนดคำย่อ “ทน.”ได้ แต่หากไม่ได้รับความนิยมและไม่มีผู้ใช้ เหมือนคำนำหน้านามในบางวิชาชีพ จะมีประโยชน์อะไร

ทั้งนี้ การใช้ ทนพ./ทนพญ. มีที่มาที่ชัดเจน คือ
1. ราชบัณฑิตยสถานได้กำหนดให้ใช้อักษรย่อ ทนพ./ทนพญ. นำหน้านามผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์จริง ตามหนังสือที่ ที่ รถ.๐๐๐๔/๑๒๙๑๒.

  1. การใช้อักษรย่อ ทนพ./ทนพญ. ให้ถือปฏิบัติโดยอนุโลมเช่นเดียวกับคำว่า “นายแพทย์” ซึ่งมิได้มีกฎหมายกำหนดให้ใช้เป็นคำนำหน้านามไว้ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๒๖

 

พร้อมกับมีการชี้ช่องว่า หากต้องการให้สภาฯ ดำเนินการทบทวนมติ สามารถทำได้ โดย
1. แจ้งกรรมการสภาฯ ให้ทราบว่าเป็นประเด็นที่มีผลกระทบ ให้กรรมการสภาเสนอเป็นวาระพิจารณาได้ หรือ
2. แสดงความเห็นเป็นหนังสือส่งไปยังคณะกรรมการเพื่อพิจารณา หรือ
3. รวบรวมรายชื่อตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปใช้สิทธิในการเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาเรื่องนี้ใหม่ก็ได้ และในข้อ 3 นี้ คณะกรรมการต้องพิจารณาให้ผู้เสนอทราบภายใน 90 วัน นับแต่วันได้รับเรื่องด้วย เป็นไปตามความมาตรา 12 (2) ของ พ.ร.บ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.2547…

สำหรับเรื่องความเป็นมงคล ที่มีผู้ตีความว่า “ทน.” หมายถึง “ทน” จนไม่อยากนำไปใช้นั้น มีผู้มองต่างออกไปว่า ทน หมายถึง อดทน และ ขันติ ซึ่งเป็นของสูง เป็น 1 ใน 10 ของทศพิธราชธรรม ถ้าหากมองความหมายให้เป็นเช่นนั้นก็เป็นมงคล  วิชาชีพอื่นยังไม่เห็นความหมายที่ซ่อนอยู่แบบเทคนิคการแพทย์

นอกจากกลุ่มผู้เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยแล้ว ยังมีกลุ่มที่เฉยๆ ไม่แสดงออกอะไร คือจะใช้ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้ และเห็นว่าการใช้คำนำหน้านามไม่ได้เป็นสาระอะไรมากนัก

ทั้งหมดนี้คือกระแสที่เกิดขึ้นในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่า ท้ายที่สุดแล้วผลลัพธ์ในเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ระหว่าง การเดินหน้าใช้ “ทน.” ตามที่สภาฯประกาศต่อไป  หรือ สภาฯ นำข้อท้วงติงของสมาชิกไปทบทวนเรื่องนี้เสียใหม่

ขึ้นอยู่กับว่า เมื่อเอาความเห็นและเหตุผลของทั้งสองฝ่ายขึ้นตราชั่งแล้ว ฝ่ายใดจะมีน้ำหนักมากกว่ากัน

 

2 COMMENTS

  1. ไม่เห็นด้วยที่ต้องเปลี่ยนจากเดิม สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาจากชื่อเดิมก็ควรแก้ไขเฉพาะจุดไม่ใช่เหมารวมเพราะปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นจากกลุ่มคนทั้งหมด เห็นด้วยที่ใช้ชื่อเดิมเพราะเทคนิคการแพทย์ก็เป็นสาขาหนึ่งของการแพทย์ที่ต้องร่วมมือกันในการทำงาน

  2. ไม่เห็นด้วย..เหตุผล คำว่าทน. ไม่มีอักษรตัวใดที่บ่งบอกว่าเป็นสายวิชาชีพของกระทรวงสาธารณสุขค่ะ.เหมือนคำย่อทั่วๆไปที่จะแปลได้หลายความหมาย ดังที่สมาชิกได้แสดงความคิดเห็น..ทำอย่างไรก็ได้ที่จะให้ตัวย่อบ่งบอกความชัดเจนว่า..เป็นวิชาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กับวิชาชีพอื่นในทางการแพทย์ (คำย่อสั้นและไม่สามารถแสดงตัวตนได้ชัดเจนไม่ใช้ดีกว่าค่ะ)

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here