ปธ.อกก.การศึกษา สภาเทคนิคการแพทย์ชี้ ไม่ให้สภาวิชาชีพยุ่งมหาวิทยาลัย เกิดปัญหาแน่

0
74

อนาคตจะเกิดปัญหากับมหาวิทยาลัยเอกชน ห่วงนักศึกษาเรียนจบ สอบไม่ผ่าน ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ทำงานไม่ได้ ย้อนถามใครจะรับผิดชอบ ยันวิชาการของสภาวิชาชีพ ไม่ล้าหลัง ปรับปรุงทุก 5 ปี ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยแบบกัลยาณมิตร ไม่ใช่ใช้อำนาจ

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2561 รศ.สมชาย วิริยะยุทธกร ประธานคณะอนุกรรมการการศึกษาและพัฒนาวิชาการ สภาเทคนิคการแพทย์ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์มติชน ถึงกรณีที่สภา วิชาชีพ 11 วิชาชีพแสดงความไม่เห็นด้วยกับการที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่าง พรบ.การอุดมศึกษา พ.ศ… ซึ่งได้ตัดอำนาจของสภาวิชาชีพไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยและการรับรองหลักสูตรต่างๆ โดยให้สภาวิชาชีพมีหน้าที่เพียงแค่สอบประเมินบัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัย เพื่อรับใบอนุญาตในการประกอบวิชาชีพเท่านั้น โดยมองว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อมาตรฐานและคุณภาพของบัณฑิต ที่จะเข้าสู่วิชาชีพต่างๆ และจะส่งผลกระทบในทางลบ ต่อประชาชนและสังคมในวงกว้าง ขณะที่มหาวิทยาลัยบอกว่า การกำหนดรายละเอียดหลักสูตรต่างๆของสภาวิชาชีพไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน และไม่สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป โดยนายแพทย์อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการแนะว่า ทั้งสองฝ่ายควรหันหน้าเข้าหากัน โดยสภาวิชาชีพควรมองมุมใหม่นั้น ว่าหากไม่ให้สภาวิชาชีพเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย และให้มีหน้าที่เพียงสอบประเมินบัณฑิต จะทำให้ขาดคนดูแลมาตรฐาน โดยในส่วนของสาขาเทคนิคการแพทย์ เข้าประเมินและเตรียมความพร้อมให้มหาวิทยาลัยที่จะเปิดสอนในสาขานี้ ตั้งแต่ปี 2547 เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเป็นมาตรฐานเดียวกัน สภาวิชาชีพเข้าไปช่วยในลักษณะกัลยาณมิตร เข้าไปเสนอแนะ ไม่ใช่ใช้อำนาจ ยืนยันว่ามหาวิทยาลัยยังมีอิสระ อีกทั้งหลักเกณฑ์การประเมินดังกล่าว ยังมาจากการหารือร่วมกันกับคณบดี มหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่ได้เป็นการบังคับให้มหาวิทยาลัยต้องทำตาม

รศ.สมชาย กล่าวต่อว่า ถ้าต่อไปไม่ให้สภาวิชาชีพเข้าไปช่วยเตรียมความพร้อม อนาคตจะเกิดปัญหากับมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งน่าเป็นห่วงนักศึกษาที่เรียน เพราะขนาดมีสภาวิชาชีพคอยดูแลแนะนำ ก็ยังมีมหาวิทยาลัยเอกชน 1-2 แห่งที่ยังมีปัญหา หากให้สภาวิชาชีพไปประเมินที่ปลายน้ำ แล้วนักศึกษาสอบไม่ผ่าน ไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ เกิดผลเสียกับนักศึกษา และไม่สามารถย้อนเวลาสี่ปีกับไปได้ ถึงตอนนั้นใครจะรับผิดชอบ คนที่ส่งลูกมาเรียนก็คิดว่า เมื่อจบแล้วจะได้ทำงานทันทีบางคนกู้เงิน ขายที่นา เพื่อให้ลูกเรียน แต่สุดท้ายกลับทำงานไม่ได้เพราะสอบไม่ผ่าน ไม่ได้รับใบอนุญาต

“ถ้าสภาสามารถเข้าไปดูแลตั้งแต่ต้นน้ำ และทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย เชื่อว่าปัญหาจะไม่เกิด ส่วนที่มองว่าการเข้าไปดูแลหลักสูตรการเรียนการสอนของสภาวิชาชีพไม่ทันสมัยนั้น ยืนยันว่าไม่จริง เพราะวิชาการของสภาวิชาชีพเกิดจากการหารือร่วมกับคณะบดี ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนและปรับตัวตลอดเวลา เรากำหนดประเมินสถานศึกษาได้ทุกๆห้าปีเพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรใหม่ๆ ดีๆ ก็จะนำมาใส่ไว้ในหลักสูตรการเรียนการสอนตลอด ไม่ใช่ล้าหลัง” รศ.สมชายกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2561 กำหนดไม่ให้สภาวิชาชีพ เข้าไปก้าวก่ายการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย รศ.สมชายกล่าวว่า การกำหนดดังกล่าว มีที่มาที่ไป สภาวิชาชีพเองเคยแจ้งไปแล้วว่าจะเกิดผลเสีย ทั้งที่ความจริงแล้วสภาวิชาชีพเข้าไปช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็ง ให้มหาวิทยาลัยจัดการเรียนการสอนได้มาตรฐาน ดังนั้นถ้ามหาวิทยาลัยใจกว้างพอ มองที่ประโยชน์สูงสุดของนักศึกษาและไม่มีเรื่องผลประโยชน์มาบดบัง ก็น่าจะทำงานร่วมกันได้

อ่านข่าวต้นฉบับ ที่นี่

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here