“อทกพ.-เอาเท่านี้ก็พอ” หนามยอกอกรุ่นพี่เทคนิคการแพทย์

0
118

ผมทิ้งท้ายเอาไว้เมื่อวันก่อนว่า ยังมีประเด็นที่ยังรอคำตอบอยู่อีกว่า การยกเลิกอนุปริญญาเทคนิคการแพทย์ (อทกพ.) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “หนามยอกอก” ของรุ่นพี่ทุกคน จนมาเป็น วท.บ.(เทคนิคการแพทย์) ในวันนี้  รุ่นพี่เทคนิคการแพทย์ในยุคต้นๆ ได้ต่อสู้กันมาอย่างไร

เราต้องไม่ลืมว่า แรกเริ่มที่มีหลักสูตร “เทคนิคการแพทย์ “ในประเทศไทย  หลักสูตรดังกล่าวเป็นเพียงหลักสูตร “อนุปริญญา” ที่ใช้เวลาเรียนเพียง 3 ปีเท่านั้น  ต่อเมื่อปีพุทธศักราช 2503 นี้ดอก คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ จึงได้ปรับขยายหลักสูตรจากอนุปริญญา เป็นระดับ “ปริญญาตรี” (ปรับก่อนประเทศสหรัฐอเมริกาถึง 2 ปี) ที่ใช้เวลาเรียน 4 ปีเช่นปัจจุบัน  โดยรับนักศึกษาอนุปริญญาปีสุดท้าย ที่มีคะแนนตลอดหลักสูตรเกิน 70% มาศึกษาต่ออีก 1 ปี ได้วุฒิวิทยาสตรบัณฑิต (เทคนิคการแพทย์) ซึ่งบัณฑิตรุ่นแรกที่มีคุณวุฒิ วท.บ. (เทคนิคการแพทย์) มีเพียง 3 คนเท่านั้น

นั่นหมายความว่า นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาเทคนิคการแพทย์ตั้งแต่ปี 2500 จนถึงปี 2503  อย่างน้อยจำนวน 73 ราย เป็นผู้ที่ได้รับอนุปริญญาเทคนิคการแพทย์ หรือ อทกพ. ส่วนผู้ที่สำเร็จการศึกษาในปี 2504 เป็นต้นไป อาจจะมีทั้ง อทกพ.และ วท.บ.(เทคนิคการแพทย์) เพราะยังมิได้มีการยกเลิกหลักสูตร อทกพ.ลงอย่างสิ้นเชิง

รศ.อมรินทร์ ปรีชาวุฒิ หนึ่งในผู้ที่ได้รับ อทกพ.

หนังสือชื่อ”ปูมประวัติศาสตร์ มหิดลเพื่อประชาธิปไตย ภาคที่ 1 : ก่อเกิดขบวนการ ” น.พ. สงวน นิตยารัมภ์พงศ์  เป็นบรรณาธิการพิมพ์ครั้งแรก เมษายน 2546 และ รศ.เทียนชัย ไชยเศรษฐ์ นำมาเผยแพร่ต่อในบทความเรื่อง “ประวัติศาสตร์เทคนิคการแพทย์ที่ถูกบันทึก: กรณีนักศึกษาเทคนิคการแพทย์  มหาวิทยาลัยมหิดล  หยุดเรียนประท้วง 2  กันยายน 2512″ (เผยแพร่ในเว็บไซต์ชมรมเทคนิคการแพทย์สัมพันธ์ ปี 2546 และเผยแพร่ซ้ำในเว็บไซต์เมดเทคทูเดย์ ปี 2552) มีข้อความตอนหนึ่งระบุว่ากลุ่มนักศึกษาที่ประท้วงได้ยื่นข้อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมใน 6 ประเด็น ซึ่งหนึ่งในข้อเรียกร้องดังกล่าวนั้นก็คือ ขอให้เลิกอนุปริญญาเทคนิคการแพทย์ ให้มีแต่ปริญญาตรีวิทยาศาสตร์บัณฑิต (เทคนิคการแพทย์) และพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์เท่านั้น  สอดคล้องกับข้อมูลประวัติของ รศ.อมรินทร์ ปรีชาวุฒิ ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ อีคิวเอ เซ็นเตอร์ ซึ่งระบุว่าสำเร็จการศึกษา อทกพ.(เทคนิคการแพทย์) ปี 2511 จากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และสำเร็จการศึกษา วท.บ.)เทคนิคการแพทย์) ปี 2512 จากมหาวิทยาลัยมหิดล

จากหลักฐานดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นว่า  แม้ในปี 2503 คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ จะได้ปรับขยายหลักสูตรจากอนุปริญญา เป็นระดับปริญญาตรีแล้วก็ตาม แต่ก็คงยังมีหลักสูตร อทกพ. ควบคู่มาด้วยจนถึงปี 2512 อันเป็นปีที่มีการประท้วงของนักศึกษา ส่วนจะมีการยกเลิกหลักสูตร อทกพ.ลงอย่างสิ้นเชิงในปีใด  ผมยังไม่มีข้อมูลครับ คงต้องรบกวนท่านผู้อาวุโสให้รายละเอียดในส่วนนี้ด้วยครับ

คำว่า “อทกพ. เป็นหนามยอกอก” เป็นคำที่พลตรียุคนธร สุวรรณยอด เทคนิคการแพทย์ผู้ล่วงลับ ไปแล้ว เป็นคนยกขึ้นมากล่าวไว้  ในคราวที่ทำหนังสือทักท้วงการเขียนประวัติศาสตร์สมาคมฯ เมื่อปี 2536 แต่มิได้ให้รายละเอียดว่า การต่อสู้ของรุ่นพี่เพื่อให้ยกเลิก อทกพ.เป็นมาอย่างไร

ผศ.สุพล พลธีระ เทคนิคการแพทย์ที่เป็น “อทกพ.” คนหนึ่ง  เล่าอาไว้ในบทความเรื่อง”เสียงบ่นของคนเกษียณ” ว่า “นาฬิกาชีวิต มีเจตนาให้ผมกลายเป็น คนสามมหาวิทยาลัย เริ่มต้นที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เป็นนักศึกษารุ่นที่ถูกขนานนามว่า “รุ่นห้าร้อย” ก็คือรุ่นแรกเข้า ฝากเรียนที่คณะเภสัชจุฬาฯ ในปี พ.ศ.2500 นั่นเอง หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่านิสิต “รุ่นเต๊นท์” หมายถึงรุ่นที่ไม่มีที่จะเรียน จำเป็นต้องกางเต็นท์เรียนที่หน้าคณะเภสัชจุฬาฯ เรียน 3 ปีจบได้ อทกพ. (อนุปริญญาเทคนิคการแพทย์ ซึ่งมีคำล้อเลียนว่า ” เอาเท่านี้ก็พอ ” )”

เรื่องการยกเลิก อทกพ. จะมีความเป็นมาอย่างไร  ใครมีบทบาทต่อเรื่องนี้บ้าง  คงเป็นคำถามที่เทคนิคการแพทย์ทุกคนอยากรู้คำตอบ   เพราะถ้าไม่มีการยกเลิก อทกพ.ในวันนั้น  วิชาชีพของเราคงจะไม่พัฒนาก้าวหน้าทำให้เรากลายมาเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์อย่างเต็มภาคภูมิได้ในวันนี้

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here