แร่ธาตุที่อยู่ในมือ

0
102

เมื่อช่วงปลายเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมามีข่าวใหญ่ภายในประเทศญี่ปุ่นซึ่งประกาศใหญ่โตในบ้านเขา และแพร่ผ่านสื่อนอกสื่อสากลอีกหลายแหล่งไปทั่วโลก แต่เมืองไทยกลับไม่ได้รับสนใจมากเท่ากับเรื่อง 7 วันอันตราย สงครามในประเทศซีเรีย และข่าววงลิขสิทธิ์ญี่ปุ่นเข้าพบนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมเชื่อว่าถึงวันนี้หลายท่านก็คงทราบข่าวนี้กันผ่านตากันไม่มากก็น้อย

ข่าวที่ว่านั้นก็คือการค้นพบ “แร่ธาตุหายาก” ใต้ “เกาะมินามิโตริ” ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กๆ เป็นที่ตั้งของสนามบินขนาดจิ๋วๆและศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล โดยเกาะนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศญี่ปุ่น และแน่นอนว่าเกานี้ไม่ได้อยู่ในเขตพิพาทที่ประเทศจีนจะสามารถอ้างสิทธิ์ถือครองได้

แร่ธาตุที่ว่านั้นเป็นส่วนประกอบของทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า มือถือ ผลิตไฟฟ้าในโรงงานกระแสไฟฟ้านิวเคลียร์ ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันผู้ถือครองรายใหญ่ของโลกก็คือประเทศจีน และแทบจะผูกขาดการส่งออกแร่เหล่านี้ไปเจ้าเดียว และใช้ข้อได้เปรียบนี้กดดันญี่ปุ่นให้ต้องยอมอ่อนข้อในด้านต่างๆให้กับจีน ไม่เช่นนั้นจะบอยคอต ตัดการส่งออกแร่ธาตุเหล่านี้มายังญี่ปุ่นด้วย

และปริมาณแร่ธาตุที่ค้นพบนี้ ชาวซามูไรสามารถขุดถลุงมาใช้อย่างต่อเนื่องได้นานมากที่สุดเกือบ 800 ปี !!!

เป็นข่าวใหญ่ที่จะสะเทือนทั้งเศรษฐกิจ กลุ่มแรงงานแต่ละประเทศ อุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ และอำนาจต่อรองของญี่ปุ่นต่อนานาประเทศอย่างไม่อาจคลาดสายตา

(อ่านต่อได้ตามลิงค์และแหล่งข่าวแนบท้ายครับ….)

นั่นแสดงให้เห็นว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นมีความพยายามอย่างหนักที่จะพัฒนาประเทศตนเองจากการหาทรัพยากรที่ตนมีในทุกพื้นที่ เรื่องนี้ก็ไม่ได้เว้นด้านสุขภาพไปเช่นกัน สถาบันวิจัยระดับโลกอย่าง Riken ของประเทศญี่ปุ่นเองก็ใช้หลักการนี้ในการทดสอบ การหาสิ่งตัวอย่างเพื่อนำไปทำการทดลองด้านชีวการแพทย์อย่างต่อเนื่อง

ย้อนกลับมามองยังบ้านเมืองบ้านเราบ้าง ในฐานะที่เราเป็นนักเทคนิคการแพทย์ อุปกรณ์เครื่องมือครบครัน มีทรัพยากร และแหล่ง “แร่ธาตุ” ชั้นดีอยู่ในมือ “เลือดหลากหลาย” ที่เราได้รับ ต่างก็เจาะออกมาเพื่อเป็นสิ่งส่งตรวจ มีทั้ง LIS และ HIS ในารเก้บข้อมูลชั้นดี เรียกได้ว่า ทั้งแหล่งวัตถุดิบ และเครื่องมือขุดเจาะวางอยู่ตรงหน้าแบบไม่ต้องขวนขวายหาเลย

ถ้าเราสามารถขุด “แร่ธาตุในมือ” เหล่านี้ขึ้นมาได้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อวงการแพทย์มหาศาล

แต่งานวิจัยส่วนมากที่ตีพิมพ์ออกมาจากแล็บเทคนิคการแพทย์ในโรงพยาบาล ก็มักจะเดินวนอยู่กับทาง “งานคุณภาพ” และ “การพัฒนาคุณภาพการตรวจให้แม่นยำ” เท่านั้น

หรือจริงๆแล้วเรามีหน้าที่ และความสามารถแค่นั้นจริงๆ ส่วนตัว “Smoothies” ก็ไม่อาจตัดสินแทนได้

หลายแสนล้านไอเดียที่สามารถเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการได้ การติดอยู่กับความคิดที่ว่าต้องใช้งบประมาณ ต้องทำโครงการ โดยเฉพาะจุดที่ต้องเซ็นต์ขออนุญาตใช้สิ่งส่งตรวจของผู้ป่วยนั้น ก็มีหลากหลายวิธีที่จะหลีกเลี่ยง เนื่องจากไม่จำเป็นต้องทำการทดลองกับผู้ป่วยโดยตรง เช่น การใช้สถิติโรคจาก LIS และ HIS ก็ดี ฯลฯ แน่นอนว่าวิถีชีวิตเช่นที่กล่าวมานี้เป็นมานานจนไม่ใช่เพียงห้องปฏิบัติการเท่านั้นที่ไม่ได้รับการพัฒนา แต่เด็กรุ่นใหม่ๆที่เข้ามาทำงาน ก็หมดไฟที่จะพัฒนาตนเองในองค์กรไปเช่นกัน

ทุกวันนี้ เราถึงไม่สามารถจะทำการรักษา หรือพยากรณ์โรคในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทยได้ เพราะต้องอาศัยงานวิจัยที่เกิดขึ้นจากต่างพื้นที่ หน่วยวิจัยโดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยต่างพื้นที่ และศูนย์วิจัยขนาดใหญ่ แม้กระทั่งศูนย์วิจัยที่มาจากต่างประเทศ ที่ไม่ได้รู้ซึ้งถึงความเป็นอยู่เมื่อเทียบเท่ากับโรงพยาบาลในพื้นที่นั้นๆ

นี่คือตัวชี้วัดที่ดีว่า เราต่างก็มีวัตถุดิบ มีแร่ธาตุหายากอยู่ในมือ แต่ไม่สามารถที่จะขุดถลุงออกมาใช้เป็นอำนาจต่อรองในวิชาชีพแม้แต่น้อย แล้วเช่นนี้ สิ่งที่เทคนิคการแพทย์ทำได้ หรือจะเป็นแค่เพียงการนั่งมองหน่วยงานอื่นๆสร้างอำนาจต่อรองทางวิชาการที่ไต่มาจากงานในมือตนเอง

ลิงก์ข่าวและบทความที่เกี่ยวข้อง

  • [CNN] Mud near this small Japanese island could change the global economy
    https://goo.gl/UbY6VR
  • [FOX] Mud in this small Japanese island could change the global economy
    https://goo.gl/w2kNDc
  • [มติชนออนไลน์/มติชนรายวัน]ทำไมจึงตื่นเต้นกันนักหนาเมื่อญี่ปุ่นค้นพบ แหล่งแร่โลหะหายาก ที่เกาะมินามิโตริ โดย : โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
    (สามารถอ่านได้ที่ มติชนรายวันฉบับประชาชื่น วันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2461)
    https://www.matichon.co.th/news/927223

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here