เหตุเกิดเมื่อตำแหน่งกรรมการสภาฯ จากผู้แทน กทม.ว่างลง

0
231

ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีการเปิดประเด็นในโซเชียลมีเดีย เรื่องการเสนอชื่อผู้แทนกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ ตามมาตรา 14(3) แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยมีการตั้งข้อสังเกตไปในทำนองว่า เหตุใด สภาฯ จึงเร่งรัดให้ กทม.เสนอชื่อบุคคล เหมือนบีบบังคับกลายๆ จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมตามมา และทำท่าจะกลายเป็นประเด็น “การเมือง” ในวิชาชีพขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ทุกท่านคงทราบดีอยู่แล้วว่า พระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.2547 มาตรา 14 กำหนดที่มาของคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ จำนวน 24 คนว่ามีด้วยกัน 4 ที่มา

หนึ่งคือ มาโดยตำแหน่ง 2 คน ได้แก่ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายกสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยฯ

สองคือ มาจากคณบดีคณะเทคนิคการแพทย์ ที่เลือกกันเองให้เหลือ 5 คน

สามคือ มาจากผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข 3 คน กลาโหม 1 คน และกรุงเทพมหานคร 1 คน

และสี่ คือ มาจากการเลือกตั้ง 12 คน

ทั้งนี้ กรรมการที่มาโดยตำแหน่งเมื่อพ้นตำแหน่งไป คนอื่นที่มีตำแหน่งก็เข้ามาแทนที่ ส่วนกรรมการที่มาจากคณบดีและกรรมการที่มาจาการเลือกตั้ง เมื่อตำแหน่งว่างลง กฎหมายก็มีข้อบัญญัติไว้ชัดเจนแล้วว่า จะต้องทำอย่างไร

สำหรับกรรมการที่เป็นผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข กลาโหม และกรุงเทพมหานคร ตามมาตรา 14(3) พรบ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า เมื่อกรรมการตำแหน่งดังกล่าวว่างลง จะต้องทำอย่างไร

แต่โดยสภาพ กรรมการตามมาตรา 14(3) ดังกล่าวเป็นผู้แทนหน่วยงาน ซึ่งหน่วยงานนั้นๆ เสนอชื่อให้เข้ามาเป็นกรรมการสภาฯ ครั้นอยู่ๆไปผู้แทนหน่วยงานเหล่านั้น มีอันต้องเกษียณอายุราชการ หรือมีเหตุหนึ่งเหตุใดที่ต้องออกจากราชการ ก็มีอันต้องพ้นจากการเป็นกรรมการสภาฯ ไปโดยปริยาย ตำแหน่งกรรมการสภาฯ ก็ว่างลง หรือในกรณีที่ผู้แทนหน่วยงานนั้นๆ ขอลาออกจากการเป็นกรรมการสภาฯ เสียเอง ตำแหน่งกรรมการสภาฯ ที่มาจากหน่วยงานนั้นๆ ก็ว่างลงเช่นเดียวกัน  แนวปฏิบัติที่จะต้องเป็นไปก็คือ หน่วยงานนั้นๆ ก็เสนอชื่อบุคคลอื่นเข้ามาเป็นกรรมการสภาฯ แทนผู้ที่พ้นตำแหน่งหรือลาออกไปแค่นั้น

ไม่มีอะไรยุ่งยากให้ต้องตีความ เพราะนี่คือหลักปฏิบัติทั่วไป

กล่าวสำหรับกรณีที่เป็นประเด็นในโซเชียลมีเดียนั้น เมื่อสอบถามไปยังผู้เกี่ยวข้อง ก็ได้รับความกระจ่างว่า ผู้แทน กทม.คนปัจจุบัน มีภารกิจหลายด้าน ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่กรรมการสภาฯได้อย่างต่อเนื่อง ได้ขอลาออกจากการเป็นกรรมการสภาฯต่อต้นสังกัด สภาฯจึงได้ติดตามเรื่องการเสนอชื่อบุคคลอื่นเข้ามาเป็นกรรมการสภาฯ แทนผู้ที่ลาออกนั้น ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติทางธุรการ

ส่วนที่มีการตั้งข้องสังเกตกันว่า เหตุใดสภาฯ จึงต้องเร่งรัดให้ กทม.เสนอชื่อบุคคลเข้ามาเป็นกรรมการสภาฯ ในห้วงเวลานี้ เหตุก็เพราะตำแหน่งกรรมการสภาฯ จากผู้แทน กทม.ตำแหน่งนี้ ได้ว่างลงเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว ไม่ใช่เพิ่งว่างลงเมื่อวันสองวันนี้แต่อย่างใด  สภาฯ เองก็รอให้ ทาง กทม.เสนอชื่อบุคคลอื่นเข้ามาแทน

แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่มีการเสนอชื่อมา สภาฯ จึงจำเป็นต้องมีหนังสือแจ้งให้ทาง กทม.ทราบ เพื่อจะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย เพราะหากปล่อยให้เนิ่นนานออกไป ก็จะยิ่งเป็นการเสียประโยชน์ต่อหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ที่มีภารกิจในการบริการสุขภาพแก่ประชาชน ทั้งสำนักการแพทย์และสำนักอนามัย รวมทั้งนักเทคนิคการแพทย์ในหน่วยงานดังกล่าว ที่สำคัญคือ ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานด้านบริการวิชาชีพของสภาเทคนิคการแพทย์

ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ที่ได้ฟังมาก็มีเพียงเท่านี้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here