ตรวจสอบผลงาน สภาเทคนิคการแพทย์ 1 ปี “สำเร็จ” หรือ “ล้มเหลว”

0
181

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เว็บไซต์สภาเทคนิคการแพทย์ เผยแพร่ผลการดำเนินงานในรอบ 1 ปีของคณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ชุดปัจจุบัน โดยแยกออกเป็น 6 ด้านตามนโยบายที่เคยแถลงไว้เมื่อตอนเข้ารับตำแหน่ง คือ ด้านการบริหาร ด้านการประกอบวิชาชีพ ด้านวิชาการ ด้านมาตรฐานวิชาชีพ ด้านการประชาสัมพันธ์ และด้านความร่วมมือกับองค์กรภายนอก

เมื่อพิจารณาผลงานในภาพรวมแล้ว ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในรอบระยะเวลา 1 ปีของสภาฯ ชุดนี้ น่าจะเป็นเรื่องความร่วมมือกับองค์กรภายนอก ซึ่งสภาเทคนิคการแพทย์ ภายใต้การนำของ รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาฯ ได้นำวิชาชีพเทคนิคการแพทย์เข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการสำคัญระดับชาติถึง 5 เรื่องสำคัญด้วยกัน ได้แก่ การลดอุบัติการณ์ของการติดเชื้อเอชไอวี, การคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่, การป้องกันควบคุมโรคตับอักเสบจากเชื้อไวรัส, การกวาดล้างไข้มาลาเรียแห่งชาติ และการจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นความพยายามของสภาฯ ชุดนี้ ที่จะผลักดันให้เทคนิคการแพทย์เข้าไปมีบทบาทในเวทีระดับชาติมากขึ้น เป็นก้าวเข้าไปทำงานร่วมกับสหวิชาชีพมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นการประกาศให้สังคมสาธารณสุขทราบด้วยว่าเทคนิคการแพทย์มีศักยภาพเพียงพอ ที่จะรับผิดชอบงานสำคัญระดับชาติ ภายใต้บริบทของวิชาชีพตนเองได้เป็นอย่างดี ไม่จำเป็นต้องให้บุคคลากรอื่นมาทำหน้าที่แทนแต่อย่างใด  แต่การดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ จะสำเร็จมากน้อยเพียงใด คงไม่ได้ขึ้นกับสภาฯ แต่เพียงฝ่ายเดียว หากแต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากเทคนิคการแพทย์ทุกภาคส่วนด้วย

เรื่องการพยายามผลักดันให้เทคนิคการแพทย์เข้าไปรับผิดชอบโครงการสำคัญระดับชาตินี้ สอดคล้องกับที่ ดร.สลักจิต ชุติพงษ์วิเวท ประธานคณะอนุกรรมการส่งเสริมการประกอบวิชาชีพ สภาเทคนิคการแพทย์ เคยกล่าวไว้บนเวทีสภาฯ สัญจร พบผู้ประกอบวิชาชีพภาคใต้ว่า เทคนิคการแพทย์จำเป็นต้อง “เปิดหน้างาน”และเสนอตัวรับงานใหญ่มาทำ และต้องพยายามทำให้ได้ เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขเห็นความสำคัญ ซึ่งจะส่งผลต่อการพิจารณาเพิ่มตำแหน่งงานในอนาคต  สภาฯ ชุดนี้ จึงพยายาม “เปิดหน้างาน” เพื่อสร้างงาน สร้างอนาคตให้กับเทคนิคการแพทย์อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ การที่นายกสภาฯ ได้ร่วมให้ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น และเสวนากับองค์กรภายนอกอีกหลายองค์กร ก็ถือได้ว่าเป็นความพยายามสร้างภาพเทคนิคการแพทย์ ให้เป็นที่ยอมรับในเวทีสาธารณสุขมากขึ้น อันจะนำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาขีดความสามารถและศักยภาพของวิชาชีพในโครงการระดับชาติต่อไป ซึ่งจะเห็นได้จากมีการต่อยอดจากวงเสวนาไปสู่การหารือความร่วมมือระหว่างสภาเทคนิคการแพทย์ และองค์กรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข หรือกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ปรากฏเป็นข่าวเมื่อไม่กี่วันมานี้

ทั้งหมดที่กล่าวมา เมื่อนำมาต่อจิ๊กซอว์เป็นภาพใหญ่แล้ว ก็จะเห็นถึงแนวทางการนำพาวิชาชีพของสภาฯ ชุดนี้ได้ไม่ยากว่า จะเป็นไปในทิศทางไหน ขึ้นอยู่กับว่าเวลาที่เหลือในวาระอีก 2 ปีข้างหน้า สภาฯ จะขับเคลื่อนวิชาชีพในแนวทางนี้ให้บรรลุผลเป็นจริงได้เพียงใด

คณะกรรมการสภาเทคนิคการแพทย์ วาระ พ.ศ.2560-2563

ผลงานเด่นที่รองลงไปก็คือ เรื่องการเตรียมความพร้อมสำหรับการต่อใบอนุญาตรอบแรก จะเห็นได้ว่าสภาฯ มีการเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดทำบัตรสมาชิกออนไลน์ การปรับปรุงฐานข้อมูลสมาชิก การปรับปรุงและพัฒนาโปรแกรม ฯลฯ   ที่สำคัญที่สุดก็คือการยกเลิกเงื่อนไขและข้อจำกัด การเก็บหน่วยคะแนนการศึกษาต่อเนื่อง (CMTE) ทำให้เทคนิคการแพทย์ทุกคนสามารถเก็บหน่วยคะแนนสะสมเพื่อใช้ต่ออายุใบอนุญาตตามเกณฑ์ที่กำหนดได้ง่ายขึ้น รวมทั้งยังได้เร่งรัดกระบวนการอนุมัติหน่วยคะแนน CMTE รายบุคคล ซึ่งตกค้างสะสมจำนวนมากจนเป็นปัจจุบัน พร้อมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกทราบเป็นระยะๆ มาอย่างต่อเนื่อง ถือได้ว่าเป็นการเตรียมพร้อมรองรับการต่ออายุใบอนุญาตได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะมีปัญหาขลุกขลักและความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างดำเนินการอยู่บ้างก็ตาม

นอกจากนี้ สภาฯ ชุดนี้ยังได้ริเริ่มการส่งเสริมการวิจัยเป็นครั้งแรก โดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการส่งเสริมการวิจัย ทำหน้าที่วิเคราะห์ และวางแผนส่งเสริมการวิจัยทางเทคนิคการแพทย์ พัฒนาระบบส่งเสริม และสนับสนุนการวิจัย สำหรับนักเทคนิคการแพทย์ และดำเนินการพัฒนาศักยภาพในการทำวิจัยแก่สมาชิก ซึ่งมีกระแสข่าวว่าจะมีการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการวิจัยด้วย จะเป็นจริงเพียงใดคงต้องติดตามกันต่อไป

ขณะเดียวกัน สภาฯชุดนี้ ก็ยังได้หาแนวทางร่วมกับสภาคณบดีสถาบันผลิตบัณฑิตแห่งประเทศไทย ในการปรับปรุงและพัฒนาการสอบวัดความรู้ให้สอดคล้องกับบริบทการประกอบวิชาชีพในปัจจุบัน รวมทั้งได้จัดเพิ่มที่นั่งสอบในต่างจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าสอบวัดความรู้ เพื่อขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพด้วย ตลอดจนได้เผยแพร่ความรู้เรื่องการตรวจเลือดสดหยดเดียว (Live Blood Analysis; LBA) ทำให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้มากขึ้น หลังจากมีคำถามถึงความชัดเจนเรื่องนี้ต่อเนื่องยาวนานมานาน

ส่วนผลงานด้านการประกอบวิชาชีพ  แม้สภาฯ จะได้ร่วมกับชมรมเทคนิคการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เสนอแผนอัตรากำลังคน ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙) วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ให้คณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ,  เสนอหนังสือต่อปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขอให้คงตำแหน่งสายงานเทคนิคการแพทย์ในสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขและกรมการแพทย์ และเสนอขอปรับเพิ่มเงิน พตส.ให้นักเทคนิคการแพทย์ ก็ยังเป็นเพียงข้อเสนอที่ต้องติดตามต่อไปว่าจะบรรลุผลเพียงใด

สำหรับประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินการทางกฎหมายกรณีต่างๆ เช่น กรณีการตรวจเลือดสดหยดเดียว กรณีเทคนิคการแพทย์กระทำผิด พรบ.สถานพยาบาล หรือการออกแถลงการณ์ร่วมกับนายกสภาพยาบาล ชี้แจงกรณีพยาบาลถูกดำเนินคดีจากการเจาะเลือดผู้ตรวจสุขภาพ ก็นับได้ว่า สภาฯ ชุดนี้ ก็ได้ดำเนินการไปอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์แล้ว

ผลงานด้านอื่นๆ ยังไม่โดดเด่นเท่าที่ควร ส่วนใหญ่เป็นงานประจำที่ต้องทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการรับรองหลักกสูตรและสถาบัน การตรวจประเมินและรับรองระบบบริหารคุณภาพห้องปฏิบัติการ การจัดอบรมหลักสูตรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานวิชาชีพ และจัดการประชุมวิชาการมหกรรมคุณภาพมาตรฐานห้องปฏิบัติการ

ที่น่าสนใจอยู่บ้าง ก็คือ การจัดระบบการบริหารงานในสำนักงานสภาเทคนิคการแพทย์ ทั้งงานบุคลากรและงานเอกสาร ให้มีความคล่องตัว ตรวจสอบง่าย โดยเฉพาะการใช้จ่ายเงินของสภาเทคนิคการแพทย์ ได้แยกเป็นหมวดอย่างชัดเจน มีการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้จ่ายต่างๆ อย่างรัดกุมมากขึ้น ซึ่งการดำเนินการเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะกระทำได้โดยง่าย เพราะเสียงของคณะกรรมการสภาฯ ก็ไม่ได้เป็นเอกภาพเสียทีเดียว  

ส่วนด้านการประชาสัมพันธ์ด้วยการเผยแพร่ข่าวสารการดำเนินงานของสภาฯ ใน website สภาเทคนิคการแพทย์ และการเพิ่มช่องทางการสื่อสารระหว่างสภาฯกับสมาชิกให้มากขึ้น ดูจะยังไม่แตกต่างกับที่ผ่านๆ มามากนัก เว็บไซต์ยังไม่ได้รับการปรับปรุงให้น่าสนใจเพิ่มขึ้น แม้จะมีความถี่ของการประชาสัมพันธ์มากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาก็ตาม แต่ก็ยังจำกัดอยู่ในวงแคบ ไม่ถึงประชาชนทั่วไป

สำหรับผลงานที่ดูจะ “เรียกแขก” ได้ไม่น้อยก็คือ การยกเลิกการใช้ “ทนพ./ทนพญ.” นำหน้านาม และให้ใช้ “ทน.” นั่นแหละ แต่ก็ยังดี ที่สภาฯ ชุดนี้รับฟังเสียงสะท้อนของสมาชิก ไม่ดันทุรัง และกลับมาใช้ “ทนพ./ทนพญ.” ตามเดิม

สภาฯ ชุดนี้ เพิ่งจะทำงานมาเพียง 1 ปี ท่ามกลางแรงเสียดทานรอบด้าน อาจจะยังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุปว่า “สำเร็จ” หรือ “ล้มเหลว” แต่เมื่อนำนโยบายที่เคยแถลงไว้มาเทียบกับผลการดำเนินงาน ก็คงจะพอบอกได้ว่า แต่ละเรื่องที่ดำเนินการไปนั้น เป็นไปตามนโยบายที่แถลงไว้มากน้อยเพียงใด

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here