กราบหัวใจนักเทคนิคการแพทย์ หาเลือด 48 ยูนิต ยื้อชีวิตหญิงคลอดก่อนกำหนด-รอด !

0
1067
พยาบาลเผยที่สุดในชีวิตการทำงาน ยื้อชีวิตผู้ป่วยหญิงไทยตั้งครรภ์ 24 สัปดาห์ คลอดก่อนกำหนด เสียเลือดมากถึง 26,000 ซีซี ต้องให้เลือด 48 ยูนิต ขณะที่ลูกมีน้ำหนัก 780 กรัม รอดชีวิตทั้งแม่และลูก

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา เพจ “บันทึกหมอรีบ” ซึ่งเป็นเพจที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการแพทย์ และสาธารณสุข โดยแอดมินเพจน่าจะเป็นแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ ได้เผยแพร่บทความเรื่อง “กราบหัวใจ “หมอ-พยาบาล” ยื้อชีวิตแม่-ลูก คลอดก่อนกำหนด ครรภ์ 24 สัปดาห์ เสียเลือด 26 ลิตร!” ซึ่งบทความต้นฉบับมาจาก ผู้จัดการออนไลน์ ที่กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ทีมแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลแห่งหนึ่งช่วยยื้อชีวิตหญิงไทยตั้งครรภ์คลอดก่อนกำหนด 24 สัปดาห์ ลูก 780 กรัมรอด แต่แม่เสียเลือดมากถึง 26,000 ซีซี จนแม่ปลอดภัย ว่า ต้องกราบหัวใจ “นักเทคนิคการแพทย์” ด้วย เพราะต้องออกหารับบริจาคเลือด ปั่นเลือด และเตรียมเลือดให้ผู้ป่วย
“สำหรับแอด กราบหัวใจ MT อีกหนึ่งวิชาชีพ ผู้ปิดทองหลังพระที่แท้จริง” แอดมินเพจดังกล่าวระบุ
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าว ได้รับการเปิดเผยเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.60 ผ่านเฟซบุ๊กของพยาบาลรายหนึ่งในโรงพยาบาลระดับโรงเรียนแพทย์ชั้นนำ ซึ่งเผยแพร่ภาพและข้อความ ระบุว่า เหตุการณ์การทำงานที่เกิดขึ้นในห้องผ่าตัด โดยผู้ป่วยเป็นหญิงไทยตั้งครรภ์ 24 สัปดาห์เมื่อวันที่ 7 ธค.60 ถือเป็น “ที่สุดในชีวิตการทำงาน” ของพยาบาลอย่างเธอ โดยเนื้อหาที่บอกเล่าสร้างความประทับใจให้กับบุคคลทั่วไป เมื่อได้ทราบถึงความทุ่มเทและความเสียสละของแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยชีวิตแม่ ลูก และครอบครัวหนึ่งให้สามารถผ่านช่วงเวลาวิกฤตไปได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
“ที่สุดในชีวิตการทำงาน..
ผู้ป่วยหญิงไทยมาด้วย ตั้งครรภ์ 24 สัปดาห์ มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงเฉียบพลัน ความดันต่ำอยู่ในระดับช็อกแต่ยังมีสติ พูดคุยรู้เรื่อง แม่ สามี และญาติอยู่มากมายรออยู่หน้าห้องผ่าตัด ผู้ป่วยถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด แล้วต้องรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด โดยต้องการรักษาเด็กไว้ สรุป เด็กหนัก 780 กรัม เด็กรอดด้วยทีมที่มีประสิทธิภาพ (นี่ชมตัวเองด้วย:)) แต่แม่ที่อยู่บนเตียงผ่าตัด ชีวิตที่ยังไม่ทันได้ยินเสียงลูกคนนี้ กลับสูญเสียเลือดมาก นานเท่าไหร่เลือดยังไม่ยอมหยุดไหลเสียที ความดันต่ำลง อยู่ในระดับที่ต้องตามญาติและบอกความเป็นไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้อง บอกถึงว่าความเสี่ยงที่ผู้ป่วยอาจไม่ได้ออกมาให้ห้องผ่าตัดในสภาพที่ยังมีลมหายใจ ผนังมดลูกบางมากถึงขั้นมดลูกแตก รกเกาะต่ำและกินไปถึงกระเพาะปัสสาวะ ต้องตามทีมแพทย์หน่วยอื่นมาร่วมกันแก้สถานการณ์แย่ลงมาก ในห้องผ่าตัดต้องมีสติและตื่นตัวตลอดเวลา ทำงานไปใจสั่นไป ทีมแพทย์ออกไปคุยกับญาติถึงสองรอบ คนเป็นแม่เป็นลม คนเป็นสามีร้องไห้ ญาติทุกคนเครียดหมด เหลือทิ้งไว้แต่ลูกอีกคน ที่เค้ายังเด็กเกินกว่าที่จะรับฟังได้รออยู่อีกห้องนึง แพทย์เดินกลับมาบอกในทีมผ่าตัดว่าผู้ป่วยมีลูกแล้วสองคน คนนี้เป็นคนที่สาม พีคที่ ลูกคนแรกอายุ 6 ขวบ มีความพิการทางสมอง เพิ่งเสียชีวิต!! ตอนนี้เพิ่งสวดศพเสร็จ แล้วกำลังเดินทางกลับบ้าน ขณะกำลังอยู่บนรถกลับบ้าน เกิดอาการปวดท้อง เลยมา รพ. ในครั้งนี้ .. ในห้องผ่าตัดเงียบลงไปประมาณ 10 วินาที การผ่าตัดเครียดลงไปอีกมาก เราต้องรักษาคนไข้คนนี้ไว้ให้ได้ 

• ทีมวิสัญญีทำหน้าที่ของตัวเอง ควบคุมชีพจร และให้เลือด ต้องขอชื่นชมกับความมีสติ และความเก่งของทีมมากจริงๆ (มีความลากเครื่อง defrib ไว้รอหน้าห้องแล้ว T^T)
• ทีมผ่าตัด มีสติแล้วคุมสถานการณ์ดีมาก ไม่โวยวาย และรักษาความเป็นทีมได้ดีที่สุด
• ทีมพยาบาล คอยช่วยเหลือ ทั้งทีมวิสัญญี และทีมผ่าตัด ทำให้ทุกอย่างสมูทและผ่านไปได้ดี รวมถึงช่วยกันสวดมนต์ภาวนา ขอร้องให้พระบิดาช่วยคุ้มครอง ผู้ป่วยคนนี้ด้วยค่ะ
• ทีมคนงานด้วย วิ่งผลัดเอาเลือดเป็นว่าเล่น ปรบมือให้ม้าเร็วมากจริง

เสร็จสิ้น ผู้ป่วยคนนี้สูญเสียเลือดไปทั้งหมด 26,000 ซีซี มากกว่าที่คนปกติจะรับได้ รับเลือดทั้งหมด 48 ยูนิต เหมือนเปลี่ยนเลือดและชีวิตใหม่เลย

ตอนนี้ย้ายไปห้อง ICU ด้วยทีมของห้องผู้ป่วยวิกฤต ขอให้ผู้ป่วยคนนี้ปลอดภัย ผู้ป่วยคนนี้โชคดีมากที่ได้มารักษาที่นี้ ด้วยทีมทุกทีมที่มีประสิทธิภาพและรักษาคนไข้ด้วยใจจริงๆ ผ่านเมื่อคืนไปได้ ก็ขอให้อย่าเจอแบบนี้อีกเลย เราไม่เหลืออะไรจะให้กลัวอีกแล้ว

โพสต์ไว้เป็นความจำว่าครั้งหนึ่ง “ที่สุดในชีวิตการทำงาน”

อ่านบทความต้นฉบับได้ที่ https://mgronline.com/onlinesection/detail/9600000124085

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here