เมื่อ วีไอพี มาใช้บริการแล็บ

2
227

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับศัพท์ย่อภาษาอังกฤษคำว่า VIP เป็นอย่างดี ซึ่งจริงๆแล้ว VIP ย่อมาจาก very important person หรือแปลเป็นไทยอย่างง่ายๆว่า บุคคลที่มีความสำคัญมาก โดยปกติแล้วคำนี้มักถูกนำมาใช้เรียกบุคคลที่ทำงานอยู่ในแวดวงระดับสูง อาทิ ผู้บริหาร, เจ้าของกิจการ, ข้าราชการระดับสูง, นักการเมือง เป็นต้น ซึ่งทุกครั้งเมื่อสถานที่แห่งใดมีการปรากฏตัวขึ้นของ VIP ที่แห่งนั้นก็จะต้องมีการดูแล และต้อนรับเป็นอย่างดี เพื่อรองรับการมาเยือนของ VIP ท่านนั้นๆ

          ลักษณะงานที่ผมทำในปัจจุบัน ทำให้ผมมีโอกาสที่จะต้องพบปะกับผู้รับบริการระดับ VIP อยู่บ่อยครั้ง ยิ่งเป็นหัวหน้างานด้วย จะต้องแบกภาระในการทำหน้าที่รับแขกอยู่เสมอ เมื่อถามว่าทำไมผมต้องทำหน้าที่นี้ ผมก็ไม่สามารถตอบได้ว่าเพราะเหตุใด และยิ่งเมื่อถามใจตัวเอง ผมยอมรับครับว่า บางครั้งก็แอบคิดเหมือนกันว่า VIP ก็คือผู้รับบริการคนหนึ่ง ไม่น่าจะมีความจำเป็นที่จะต้องดูแลอะไรมากมายเป็นพิเศษ หรืออยู่เหนือกว่าผู้รับบริการรายอื่น ที่สำคัญVIP ก็เป็นประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งทุกคนต่างก็มีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคเท่าเทียมกัน และเป็นเรื่องน่าแปลกใจมาก หากเจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติการคนใดคนหนึ่งปฏิเสธการดูแลต้อนรับ VIP หรือดูแลบกพร่อง หัวหน้าก็จะถูกเรียกไปตักเตือนในที่ประชุมให้หาแนวทางแก้ไข และไม่ให้เกิดซ้ำอีก นอกจากนี้VIP บางท่านยังเป็นผู้ใหญ่ในแวดวงราชการ หรือจังหวัด ซึ่งทำให้ผมมีอาการเสียวสันหลังเหมือนกันเวลาที่ต้องต้อนรับท่านๆเหล่านี้

          เมื่อ VIP มารับบริการที่ห้องปฏิบัติการ สิ่งแรกที่เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการจะต้องประสบปัญหาคือ ระบบคุณภาพที่วางไว้จะถูกยกเลิกไปชั่วขณะ เริ่มตั้งแต่VIP จะไม่มีเอกสารสำหรับการยื่นขอรับบริการ อาทิ บัตรผู้รับบริการ, ใบสั่งตรวจ ฯ ต่อจากนั้นก็จะตามมาด้วยการลัดคิวเจาะเลือด ซึ่งจุดนี้เป็นเรื่องที่ลำบากใจสำหรับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก เพราะมีผู้ป่วยที่อดอาหารมาหลายชั่วโมงนั่งรอคิวเจาะเลือดอีกหลายรายเหมือนกัน แต่กลับถูกแซงคิวไปหน้าตาเฉย จากปัญหาดังกล่าวผมจึงพยายามผลักดันให้มีหน่วยงานที่เจาะเลือดสำหรับผู้ป่วย VIP โดยเฉพาะเพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำขึ้นอีก ซึ่งก็ได้รับการตอบสนองที่เห็นด้วยจากผู้บริหารรพ.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งก็ยังมีผู้ป่วย VIP บางท่านที่ยังจะมาเจาะเลือดที่ห้องปฏิบัติการเหมือนเดิม ด้วยเหตุผลที่ว่าเคยใช้บริการกับเจ้าหน้าที่คนใด ก็จะให้เจ้าหน้าที่คนเดิมเป็นผู้เจาะเลือดให้ ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงยังไม่สามารถขจัดไปได้อย่างหมดสิ้น

          ห้องปฏิบัติการทุกแห่งจะต้องมีการประกันเวลาผลการวิเคราะห์ (Turn Around Time) ซึ่งแต่ละแห่งจะกำหนดเวลา TAT ไว้ไม่เท่ากัน แต่เมื่อไรก็ตามที่มีการตรวจวิเคราะห์เลือดของ VIP การประกันเวลาผลการวิเคราะห์แทบจะหมดความหมายไปทันที เพราะขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงานจะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นแทบจะทุกสิบนาที คอยเร่งตามผลของ VIP ซึ่งบางครั้งให้เหตุผลว่าท่านจะกลับบ้านแล้ว บางครั้งก็ให้เหตุผลว่าแพทย์อยากจะดูผลวิเคราะห์เร็วๆ และทุกครั้งที่มีการจัดประชุมวิชาการของรพ. ผมจะพยายามอธิบายถึงความสำคัญของTAT อยู่เสมอ เพื่ออธิบายให้แพทย์ และ พยาบาล ได้ทราบถึงข้อเท็จจริงว่าทำไมต้องมีการกำหนดTAT และการนับเวลานั้นจะเริ่มนับตั้งแต่กระบวนการใด เพราะหลายครั้งทั้งเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการเข้าใจผิดว่าTAT เริ่มนับตั้งแต่รับบัตรคิวเจาะเลือด จึงมักจะบ่นพึมพำว่าได้ผลวิเคราะห์ล่าช้า ทั้งที่ตามจริงแล้วห้องปฏิบัติการสามารถรายงานผลการวิเคราะห์ภายในเวลา TAT ทุกครั้ง

          ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อ VIP มารับบริการที่ห้องปฏิบัติการคงจะยังเป็นปัญหาที่จะต้องมีการหารือและหาข้อสรุปกันต่อไป บางรพ.อาจจะสามารถแก้ปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี แต่ผมเชื่อว่ายังมีอีกหลายรพ.ที่ยังต้องประสบพบเจอกับปัญหาแบบนี้อยู่เรื่อยๆ ซึ่งผมหวังว่าสักวันหนึ่งวัฒนธรรม VIP จะจางหายไปจากสังคมไทยเสียที ดั่งประโยคที่ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค เท่าเทียมกัน ……..           

2 ความคิดเห็น

  1. สร้างเส้นทางด่วนเขียนไว้ใน sop ให้ชัดเจน เห็นว่าต้องมี เธอจะให้อดีตหัวหน้าห้องแลบ
    เมื่ออายุมากแล้วมาตรวจเลือดนั่งคอยหรือ ยังมีอีกหลาย vip

  2. จริงค่ะ ทุกคนต้องสิทธิ เท่าเทียมกัน ยกเว้นกรณีผู้สูงอายุ ก็จะมีช่องทางบริการพิเศษเอาไว้

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here