อนุกรรมการ CMTE ชุดแรกทำอะไรกันบ้าง

หลังจากมีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการการศึกษาต่อเนื่องเทคนิคการแพทย์ในวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ จำนวน ๙ ท่าน ผมเป็นประธาน ท่านชะเลง ฉายวิโรจบ์เป็นรองประธาน ท่านสมชัย เจิดเสริมอนันต์ เลขาธิการสภาฯ ท่านคณบดี อิสยา จันทร์วิทยานุชิต อดีตผอ.ศ.น.ทนพ.สมบูรณ์ หนูไข่ ซึ่งพอจะรู้จักกันมาบ้าง ก็มีอีกสี่ท่านที่ยังไม่เคยทำกิจกรรมร่วมกันมาก่อนคือ ท่านกฤตยา ลือชานิมิตจิต ท่านจิรายุ ผาผ่อง ท่านมนต์ชัย เกตุรังสี และท่านพรสุรี พงษ์สุชาติ เป็นเลขานุการ แต่ก็เชื่อว่าท่านนายกสภาฯ คงจะสรรหาคนที่จะมาช่วยลุยโครงการนี้ให้สำเร็จ และตามมาอีกด้วยคำสั่งแต่งตั้งท่านประกิตย์ โยธีพิทักษ์ เพิ่มเข้ามาอีกท่าน ก็มาทำความรู้จักกันอีกทีในการประชุมคณะอนุกรรมการครั้งที่ ๑/๒๕๕๖ วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ณ ห้องประชุม ๑ ชั้น ๑ โรงแรมทีเคพาเลส ซ.แจ้งวัฒนะ ๑๕ ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ซึ่งท่านนายกสภาฯ เข้าร่วมประชุมด้วย

ในการประชุมท่านนายกสภาฯ และเลขาธิการสภาฯ ร่วมชี้แจงสิ่งที่ทางสภาฯดำเนินการก่อนนี้ให้ทีมฟังว่าการศึกษาต่อเนื่องเป็นโครงการที่สืบเนื่องมาจากโครงการการศึกษาต่อเนื่องของสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ที่ส่งต่อให้สภาฯดำเนินการในปี ๒๕๔๗ มาจนถึงปี ๒๕๕๖ ซึ่งมีข้อบังคับทั้งสองฉบับออกมา เนื่องจากเป็นโครงการที่ใหญ่กว่าเดิมมาก และมีข้อกฎหมายมาเกี่ยวข้อง สภาฯจึงเห็นสมควรที่จะตั้งคณะอนุกรรมการการศึกษาต่อเนื่องของสภาเทคนิคการแพทย์เพื่อจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ อันนำมาสู่คณะอนุกรรมการชุดนี้

นอกจากนี้สภาเทคนิคการแพทย์ได้ว่าจ้าง นายณัฐพล รีพลฉัตร พัฒนาระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลสภาเทคนิคการแพทย์ ให้ผู้ประกอบวิชาชีพสามารถเข้ามาตรวจสอบข้อมูลของตนเองได้ มีการเปิดให้ประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบข้อมูลของผู้ประกอบวิชาชีพ โดยเป็นสัญญาจ้างเหมาแบ่ง ๓ โมดูลหลัก ได้แก่ ๑)เป็นฐานข้อมูลของสมาชิก ๒)จัดสอบ การขึ้นทะเบียนออกใบอนุญาต ๓)การศึกษาต่อเนื่อง จำนวนเงินทั้งสิ้น ๔๐๐ ๐๐๐ บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากร และค่าใช้จ่ายทั้งหมด) โดยมีกำหนดเสร็จภายใน ๙๐ วันนับจากวันลงนามสัญญา

จากนั้นคณะอนุกรรมการฯร่วมกันจัดทำร่างแก้ไขปรับปรุงระเบียบศูนย์การศึกษาต่อเนื่องเทคนิคการแพทย์ ว่าด้วยการแบ่งประเภท คุณสมบัติ และ อำนาจหน้าที่ของสถาบันฝึกอบรมการศึกษาต่อเนื่องเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.๒๕๕๖ ร่างระเบียบศูนย์การศึกษาต่อเนื่องเทคนิคการแพทย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขในการกำหนดและการขึ้นทะเบียนหน่วยคะแนนการศึกษาต่อเนื่องของเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.๒๕๕๖ เพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัยและประกาศใช้โดยเร็ว (เดิมใช้คำว่าการศึกษาต่อเนื่องของเทคนิคการแพทย์เป็นชื่อโครงการ แต่ในข้อบังคับฉบับปี ๒๕๕๖ ใช้คำว่า การศึกษาต่อเนื่องเทคนิคการแพทย์ จึงเปลี่ยนให้ตรงกัน) คณะอนุกรรมการฯ เห็นชอบร่วมกันที่จะใช้หลักการ PDCA cycle ในการดำเนินงาน เมื่อนำระเบียบทั้งสองมาใช้งานแล้ว ทุกปีจะมีการวิเคราะห์ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการพัฒนา แล้วแก้ไขปรับปรุงทันทีเพื่อเพิ่มคุณภาพ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของการดำเนินงานต่อไป

ที่ประชุมเห็นร่วมกันว่าสิ่งแรกที่ต้องทำให้เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนคือ ต้องให้สมาชิกรับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องและสามารถเก็บคะแนน cmte ได้เร็วที่สุด โดยกำหนดให้งานประชุมวิชาการประจำปีของสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยฯ ในเดือนเมษายน ๒๕๕๗ เป็นการเปิดการดำเนินการเป็นทางการ ดังนั้นร่างแก้ไขระเบียบสองฉบับจะต้องส่งเข้าสภาให้ทันการประชุมคณะกรรมการสภาฯ ในเดือนธันวาคม ๒๕๕๖ ซี่งท่านนายกสภาฯ และอนุกรรมการฯที่เป็นกรรมการสภาฯอยู่ด้วยจะช่วยกันผลักดันให้สำเร็จ ผลปรากฏว่าระเบียบทั้งสองฉบับประกาศใช้ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ ดังที่เล่าไว้แล้ว สิ่งที่ทีมสงสัยว่าเราจะมีวาระการทำงานถึงเมื่อไหร่ ก็ได้ข้อสรุปว่าคณะกรรมการสภาฯชุดนี้จะหมดวาระราวเดือนมีนาคม พอขึ้นปีใหม่ก็จะมีกระบวนการเลือกตั้งกรรมการสภาฯชุดใหม่ ซึ่งเมื่อดูกระบวนการเลือกตั้งแล้วน่าจะกินเวลาไม่น้อย กว่าที่คณะกรรมการชุดต่อไปเข้ามาทำงาน ด้วยเหตุนี้ผมคิดว่าน่าจะทำให้คณะกรรมการชุดเดิมอยู่รักษาการอย่างน้อยสองเดือนนอกจากจะแก้ด้วยการดำเนินการเลือกตั้งล่วงหน้าให้เร็วกว่าเดิม การมีช่วงรักษาการนานจะมีผลให้คณะกรรมการแต่จะชุดซึ่งควรทำงานสามปีตามวาระ กลับกลายเป็นทำงานสามปีบวกสองสามเดือน ซึ่งมันก็ย้วยไปทุกๆรอบ

จากที่เล่ามาในตอนที่แล้วว่าเผือกเผาลูกแรกคือความเร่งด่วนของการทำงานแข่งกับเวลา เมื่อทีมลงสนามจริงเจอปัญหาจริงเราจะพบว่าเราไม่สามารถทำตามแบบฉบับเดิมก่อนมีข้อบังคับได้ แม้จะปรับปรุงแก้ไขตามที่เราเห็นว่าดีแล้วในปีนี้ เมื่อผ่านไปจนถึงสิ้นปีเราอาจพบกับความจริงบางเรื่องจากภาคสนาม โดยบางเรื่องสามารถแก้ไขได้ บางเรื่องระดับอนุกรรมการแก้ไขไม่ได้ เพราะไม่ได้รับมอบอำนาจให้แก้ ก็ต้องเสนอขึ้นไปให้นายกสภาฯ ซึ่งถือว่าเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ควรมีอำนาจหน้าที่ทางด้านปฏิบัติการที่สามารถตัดสินใจทำได้ มีเพียงเรื่องนโยบาย หรือเป็นข้อกำหนดโดยกฏหมายระบุให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการสภา งานภาคสนามก็จะเดินได้เร็ว แต่ที่สังเกตในวงการวิชาชีพของเรามักจะเอาทุกเรื่องเข้าประขุมคณะกรรมการ การไม่กระจายอำนาจทำให้เสียเวลามาก พอเรื่องมากบางการประชุมได้เนื้อหาไม่เท่าไหร่ พิจารณาไม่กี่เรื่องก็หมดเวลาจนมีเรื่องค้างยกยอดไปครั้งหน้าก็มี (ดูคล้ายสภาราษฎรประเทศไหนไม่รู้ปีนึงออกกฏหมายได้ไม่กี่ฉบับ) ถ้าดูการประชุมคณะกรรมการสภาฯ ที่กำหนดให้ประชุมเดือนละครั้ง ถ้าเจอแบบนี้ ใครเสนอเรื่องขึ้นไปยังนายกสภาฯ ก็มีความเป็นไปได้ที่จะรอผลกันสอง สามเดือน จนลืมไปก็ได้ แต่ระเบียบสองฉบับที่คณะอนุกรรมการ CMTE เสนอขึ้นไปเดือนเดียวออกประกาศ แบบนี้ต้องคารวะท่านนายก เลขา และกรรมการสภาฯ ในทีมที่คงช่วยกันเต็มที่ (ยังไม่พูดถึงทีมอื่น หรือกรรมการอื่น หรือองค์กรอื่นนะครับว่าเจอแบบไหน) ทีมไม่ได้ทำงานครบทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ถ้าถามว่าอะไรทำได้ อะไรไม่ได้ทำ ก็ต้องเปิดคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ มาดูจะพบว่าภารกิจที่ระบุชัดเจนได้แก่

๑) ให้เสนอนโยบาย แผนดำเนินงาน และมาตรฐานการศึกษาต่อเนื่องให้สภาเทคนิคการแพทย์พิจารณาเห็นชอบ อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง

“เราไม่มีเวลาคิดนโยบายเสนอเป็นทางการ เพียงแต่ทุกครั้งที่แนะนำ CMTE จะกล่าวถึงการเป็นมืออาชีพ และการไปสู่องค์กรเรียนรู้ แต่ต้องเก็บไว้ก่อนไม่อยากมาแก้ไขทีหลัง แผนดำเนินงานเราก็คิดไปทำไปอาศัยประสบการณ์ที่มีก็พอจะเข้าร่องเข้ารอย เราตีความว่าระเบียบสองฉบับของเราคือมาตรฐานไว้ก่อนเมื่อมีการประกาศใช้เราก็ถือว่าทำแล้ว เมื่อรู้ว่าเรามีเวลาทำงานไม่ถึงปีส่วนที่ยังไม่ได้ทำก็ยกเป็นภาระของชุดต่อไป”

๒) นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถาบัน เพื่อให้สภาเทคนิคการแพทย์พิจารณารับรองสถาบันที่จัดการศึกษาต่อเนื่อง

“ตีความง่ายๆว่าเมื่อมีองค์กรใดยื่นสมัครเป็นสถาบันหลัก หรือสถาบันสมทบเข้ามาที่ศ.น.ทนพ.ก็ให้อนุกรรมการตรวจดูก่อนว่าเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ ก่อนส่งขึ้นไปสภาพิจารณา ในปีแรก เรามุ่งให้มีผู้ผลิตกิจกรรมมากพอ มีตัวกิจกรรมมากพอ จึงมีขอยกเว้นบางข้อบ้าง เช่น หน่วยงานใหญ่สมัครเป็นสถาบันหลัก แต่ไม่รับสถาบันสมทบเป็นเครือข่าย จนสถาบันสมทบมากองอยู่ที่สภาฯเต็มไปหมด สภาฯเองก็ยังไม่มีการตกลงกันว่า ในฐานะที่สภาเป็นสถาบันหลักใครรับผิดชอบจัดกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่อง ใครรับผิดชอบดูแลสถาบันสมทบฯ เท่าที่เห็นในสภาฯ น่าจะมีการผลิตกิจกรรม cmte เช่นการจัดประชุมสัมมนาอยู่อย่างน้อยสองคณะได้แก่ LA และคณะอนุกรรมการพัฒนาวิชาการ มีการขอยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมรับรองกิจกรรมและกำหนดคะแนนจากสถาบันผลิตต่างๆ เลยเสมือนว่าปีแรกๆเป็น ระยะโปรโมชั่น อำนวยความสะดวกให้องค์กรต่างๆสมัครเข้ามาเป็นสถาบันหลัก/สถาบันสมทบจำนวนมากพอ และสถาบันฯเหล่านั้นผลิตกิจกรรมออกมาบริการสมาชิกมากเพียงพอที่จะเก็นสะสมคะแนน cmte เป็นการลดความเครียด ความกังวลของสมาชิก

การที่บอกว่าเรื่องนี้เป็นเผือกร้อนลูกใหญ่เพราะเป็นงานปฏิบัติการยุ่งยากที่มีเงื่อนไข ข้อจำกัด มากมาย ที่คนทั่วไปคิดไม่ถึง ลักษณะงานเป็นงานแบบ routine ซึ่งควรเป็นการดำเนินการโดย fulltime ประจำ ศ.น.ทนพ. เช่นเดียวกับศูนย์การศึกษาต่อเนื่องงของพยาบาล เมื่อสถาบันหลัก/สถาบันสมทบ ต้องการจัดกิจกรรม ประชุมวิชาการ อบรม สัมมนา ก็จะส่งโครงการพร้อมด้วยตารางการประชุมมาให้คณะอนุกรรมการพิจารณา หากเห็นว่าตรงกับกติกา ก็พิจารณาว่าควรได้กี่คะแนน ตามระเบียบที่ออกแบบไว้กำหนดให้กิจกรรมประเภท ๑ คิด ๑ ชั่วโมงต่อ ๑ คะแนน มันดูง่ายๆ แต่พอจะปฏิบัติจริงก็พบว่ามีนเป็นเรื่องปวดหัวที่สุด เราคิดว่าระเบียบออกมาแล้ว มีโครงการและกิจกรรมเสนอเข้ามาแล้ว ตรวจโครงการใช้ได้ก็ผ่าน ให้คะแนนตามที่ระบุไว้ก็จบ เนื่องจากเราไม่อยากให้ผิดพลาดและอนุกรรมการที่มาทำงานก็ใหม่วิธีดีที่สุดที่จะทำไปฝึกไปคือแต่ละกิจกรรมที่เสนอมาใช้คะแนน 3 ใน 4 คนเห็นตรงกันจึงจะถือว่าเป็นคะแนนทุถูกต้อง ทำสักพักพอคล่องตัวก็ลดลงเป็น 2 ใน 3 และพิจารณาคะแนนคนเดียวเป็นอันว่าจบ แต่ในคณะอนุกรรมการก็มีความเห็นต่างกัน คนที่เป็นอาจารย์ นักวิชาการ กรรมการสภาฯ ก็มองไปทางหนึ่งจะออกในแนวเข้มงวดกวดขัน คนที่เป็นแนวนิติศาสตร์ผสมรัฐศาสตร์อย่างประธาน รองประธานก็ไปอีกแนวหนึ่ง แต่ด้วยหลักการที่ว่าเสียงส่วนใหญ่จะเอาแบบไหนก็เอา มีปัญหาค่อยว่ากันทีหลัง ดังนั้นจึงพบว่ามีรายละเอียดออกมาหลายอย่าง อาทิเช่น ประธานเปิดงานและบรรยายไม่คิดคะแนน ให้ ซึ่งก็โอเค พักกลางวันหักออก 1 คะแนน พักเบรกวันละสองมื้อหัก .05 คะแนน เป็นต้น ยังไม่พอตารางประชุมที่สถาบันส่งมาบางแห่งจัดเป็นล็อคที่ลงตัว 1 หรือ 2 ชั่วโมงก็ง่าย บางโครงการจัดตารางบางหัวข้อ 20 นาที บางหัวข้อ 45 นาที 75 นาทีก็คิดยาก รูปแบบตาราง บางแห่งทำมาในแนวนอนพอเปิดฉายขึ้นจอต้องคะแคงดู หรือ print ออกมาดู (หมึกพิมพ์กล่องละหลายร้อย)

ผมก็ถูกจัดให้เข้าไปคิดคะแนนด้วย ปรากฏว่าท่านประธานแพ้แสงจัดๆอยู่แล้วเปิดคอมพ์สามชั่วโมงคิดได้ 4-5 ราย ปวดตา คิดอยู่ในใจว่าถ้าบังคับให้ผมทำหน้าที่นี้เป็นประจำ จะลาออกเลยมันไม่เหมาะกับผมเสียเวลาด้วยสามชั่วโมงถ้าเอาไปคิดวางแผน วิเคราะห์ แก้ปัญหา หรือทำทางด้านนโยบายน่าจะได้อะไรมากกว่า แม้เราเริ่มคิดคะแนนสามในสี่ก็ยังมีปัญหา บางแห่งส่งโครงการแบบเดียวกันที่เคยส่งปรากฏว่าคะแนนไม่เท่ากัน ต้องไล่ตรวจสอบกันบางครั้งเป็นความผิดพลาดของเขาที่ส่งตารางมาไม่ครบบ้าง ส่งผิดงานบ้าง และเราผิดพลาดบ้างซึ่งมักจะเป็นเพราะเรื่องจุกจิกที่ทำให้ผิดพลาดครึ่งคะแนนบ้าง อีกเรื่องที่ถกกันมากคือการบรรยายระหว่างอาหารจะให้หรือไม่ให้ฝ่ายหนึ่งว่าให้เต็มๆ ฝ่ายหนึ่งว่าไม่ให้ ฯลฯ เรื่องหนึ่งที่เป็นปัญหามากคือเรื่องโครงการอบรมเฉพาะทางด้านธนาคารเลือด ของอาจารย์ยุพา คณะเทคนิคการแพทย์ มข. เราดูว่าเป็นบรรยาย ปฏิบัติการก็ให้คะแนนตามชั่วโมง ซึ่งก็เยอะเพราะจัดหลายวันออกคะแนนไปแล้ว ตอนหลังมข.ส่งโครงการรุ่นต่อไปมาอีก สภาฯแจ้งว่าไม่ใช่ประชุมอบรมวิชาการประเภทที่ ๑ ให้ขอเป็นโครงการอบรมระยะสั้นที่สภาฯรับรอง เป็นกรณีโต้แย้งกันหนักพอสมควร ฝ่ายผู้จัดต้องการคะแนนให้ผู้ร่วมประชุมมากหน่อย และคะแนน cmte ก็เป็นที่ต้องการของผู้ที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรมด้วย ฝ่านกรรมการสภาฯก็มองอีกด้านหนึ่ง ฝ่ายอนุกรรมการก็ยึดตัวระเบียบเป็นที่อ้างอิงก็พบว่ามันมีความไม่รัดกุมไม่ชัดเจนของคำว่าการอบรมระยะสั้นในประเภทที่ ๑ เราก็เลยต้องคิดคะแนนตามที่ประกาศไว้ เรื่องนี้เกิอขึ้นในคณะอนุกรรมการชุดที่สอง เป็นเรื่องที่ผมก็ปวดหัว มันก็คนกันเองทั้งนั้น เมื่อเป็นเรื่องระหว่างสภาฯกับมข.

ระดับอนุกรรมการก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องกลับมาปิดจุดปัญหาโดยขอแก้ไขระเบียบที่ออกมาในปี ๒๕๕๖ เสีย ซึ่งต้องทบทวนกันทั้งฉบับหลายประเด็น ส่งไปสภาฯ ก็ได้รับอนุมัติให้แก้ไขบ้างบ้างไม่ได้รับอนุมัติบ้าง รวมแล้วระเบียบใหม่ปี ๒๕๕๗ ก็ดีขึ้นเพียงแต่ยังไม่ดีมากเท่านั้น นอกจากโครงการที่สภาบันฯ ส่งมาคิดคะแนนผ่านแล้ว เขาไปจัดกิจกรรมเสร็จเขาก็ต้องเอาหลักฐานและคะแนนของสมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรมออนไลน์มาที่ศ.น.ทนพ. ก็จะเกิดปัญหาถูกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมมาทวงถามคะแนนกับศ.น.ทนพ.ว่าเขาไปประชุมที่นั่นผ่านมานานแล้วทำไมคะแนนไม่ขึ้นต้องชี้แจงไปว่าผู้จัดยังไม่ส่งคะแนนมาให้ ให้ไปทวงเขาด้วย (ตอนจะจัดประชุม ก็ส่งโครงการช้า แล้วมาเร่งให้รับรองและกำหนดคะแบบให้เร็วๆจะเอาไปประชาสัมพันธ์เรียกคนเข้าประชุม พอประชุมเสร็จเงียบไม่เอาคะแนนของสมาชิกที่เข้าประชุมส่งให้ศ.น.ทนพ.สักทีแล้วก็มาลงที่เรา

เรื่องที่หนักหนาสาหัสกว่าและเราถูกสมาชิกบ่น ตำหนิบ่อยครั้งคือการรับรองโครงการและคิดคะแนนรายบุคคล ก่อนที่จะมีสถาบันหลัก/สถาบันสมทบ มาจัดกิจกรรมแล้วทำหน้าที่ส่งคะแนนผู้เข้าร่วมกิจกรรมตรงไปให้ศ.น.ทนพ.ดังที่เล่าแล้ว สมาชิกสามารถนำหลักฐานโครงการประชุมพร้อมตารางประชุม และเอกสารยืนยันการเข้าร่วมประชุมที่ให้เราเชื่อได้ว่าได้เข้าประชุมจริง ตั้งแต่วันใช้ข้อบังคับ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นมายื่นสะสมคะแนนได้ทั้งหมด ในส่วนนี้พบว่าแต่ละคนอาจยื่นได้หลายโครงการ ซึ่งต่างจากสถาบันฯยื่น เช่นใน 1 ปีไปประชุม ๔-๕ ครั้งก็ยื่นมาได้ เราก็ต้องอ่านทีละโครงการ ยื่น ๑๐๐ คนก็อาจมี ๓๐๐-๔๐๐ โครงการ เราต้องตัดสินใจให้อนุกรรมการพิจารณาคนเดียวผ่านเลย ตาปรากฏว่ามีเรื่องค้างราว ๗๐๐ ราย เพราะอนุกรรมการบางวันไม่มีเวลาทำให้ บางวันมีเวลาเล็กน้อยก็ทำได้ไม่กี่ราย เป็นเรื่องที่ต้องเรียนเสนอสภาฯ ว่าต้องมี full time มาทำงานเหล่านี้จะหวังให้อนุกรรมการทำมีปัญหาแน่ และถือว่ามีความเสี่ยงมากเพราะตามหลักการทั่วไปถือว่าอนุกรรมการจะหยุดปฏิบัติงาน หรือลาออกไปเมื่อใดก็ได้ เพราะไม่มีพันธะสัญญาใดๆ

ปัญหานี้คาราคาซังมาถึงปี ๒๕๕๗-๒๕๕๘ และ๒๕๕๙ ยังไม่จบ ตอนเข้ามาเป็นอนุกรรมการชุดที่สองวาระ ๒๕๕๗-๒๕๖๐ ท่านนายกสภาฯคนใหม่บอกว่าศ.น.ทนพ.กำลังจะได้เทคนิคการแพทย์ full-time มาช่วยแล้ว เราก็ดีใจว่าอย่างน้อยก็รับภารกิจนี้ไปจัดการ เมื่อได้คนมาจริงๆกลับกลายเป็นว่าให้ไปเป็นหัวหน้าสำนักงานสภาฯ มาช่วยงานศ.น.ทนพ.บางส่วน ระนะแรกเรามอบงานรายบุคคลให้ ก็มีความคืบหน้าไปสวนหนึ่ง คณะอนุกรรมการฯก็ยังโหลดเต็มที่เช่นเดิม หลังจากเจรจากันมาจนผ่านปี ๒๕๕๗ เราก็บันทึกเรื่องนี้ไปในรายงานประจำปี ๒๕๕๗ ก็ยังไม่มีผลอะไร เรารายงานในปี ๒๕๕๘ ทั้งทางรายงานประจำปี ๒๕๕๘ และทำหนังสือจากศ.น.ทนพ.ถึงนายกสภาฯ ให้พิจารณาแยกฝ่ายนโยบายแกจากฝ่ายปฏิบัติการ และให้จัดทึนิคการแพทย์ full-time มารับงานของศ.น.ทนพ. เพราะเลยครึ่งวงรอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ๕ ปี แล้ว ภาระงานก็หนักขึ้นทุกวัน ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ทำ

๓) ตรวจสอบและรับรองหลักสูตร และหรือกิจกรรมของสถาบันที่จัดการศึกษาต่อเนื่อง

“ภารกิจนี้ดูเหมือนไม่ยาก แต่มันดูเหมือนภูเขาน้ำแข็งในทะเลที่ทำให้เรือไททานิคจมมาแล้ว ดูแบบไม่คิดมาก สถาบันหลัก/สถาบันสมทบ หรือใครก็ตามส่งหลักสูคร/กิจกรรม CMTE ที่จะจัดเอง หรือไปทำกิจกรรมที่ไหนก็ตามมาให้ศ,น,ทนพ. รับรองโครงการและคิดคะแนนให้ ถ้าเราเห็นว่าเข้าท่าก็โอเค ตีคะแนนให้ ถ้ามีสัก ๕๐ สถาบันจัดกิจกรรมประชุมปีละครั้งก็ไม่มากมายอะไร แต่ในความจริง เรื่องนี้กลายเป็นเผือกลูกใหญ่อีกลูก และร้อนมากด้วย ทำไมหรือ คงต้องติดตามในตอน ๑๐ เพราะเรื่องมันยาว ซึ่งเรามองว่ากรรมการสภาฯ หลายคนก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมเราจึงเรียกร้องให้หา fulltime มารับงาน routine โดยเฉพาะภารกิจนี้นัก สำหรับเราการเข้ามาทำงานนี้เรามองว่าเรามีภารกิจหลักในการทำโครงสร้างพื้นฐาน เหมือนกับการที่รัฐบาลอนุมัติให้สร้างรถไฟฟ้าสายหนึ่ง เราก็มีภารกิจในการสร้างให้โดยมีแผนชัดเจน มีกำหนดต้นทางปลายทาง มันต่างกันที่สภาฯ ไม่มีพิมพ์เขียวให้เรา เราต้องทำใหม่ทั้งหมด ต้องหาระบบดีๆมาเพื่อให้มีความมั่นคง แต่เมื่อลงพื้นที่ จึงพบว่าขณะที่เรากำลังกรุยทางไปข้างหน้าเราต้องทำเรื่องจุกจิกที่ไม่ใช่งานก่อสร้างวางรากฐานวุ่นวายไปหมด จนถึงจุดที่แทบเดินหน้าต่อไม่ได้งานที่ผ่านมาเลยเหมือนกับสร้างทางมาได้สองสถานี แล้วต้องไปวุ่นวายกับเรื่องจุกจิกในการเดินรถตรงนั้น ได้เรียกร้องให้หาคนมารับงานส่วนนั้นไปสองปีก็ยังไม่สำเร็จการก่อสร้างต่อไปสถานีที่สามและสี่จึงแทบไม่คืบหน้า ขณะเดียวกันในตัวของคณะอนุกรรมการเองก็เจอปัญหาพลังลดลงขณะที่ไปต่อไม่คล่องตัวก็มีภาระงานอื่นมาดึงกำลังไปมากพอสมควรจนทำให้เข้าลักษณะแบตอ่อนลงอีกทาง มันมีเรื่องราวมากมายไนปี ๒๕๕๙ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อ road map ๕ ปีที่คาดไว้ จึงขอให้ติดตามในตอนต่อไป

ข้อสรุปสำหรับคณะอนุกรรมการ cmte ชุดแรก

– องค์ประกอบของคณะอนุกรรมการ เป็นองค์ประกอบที่ดีมีประสิทธิภาพ แม้จะเพิ่งร่วมงานกันเป็นครั้งแรกอยู่หลายคน เมื่อรวมกับการมีนายกสภาฯ เข้าร่วมทำงานกับคณะอนุกรรมการโดยตลอด การทำงานแข่งกับเวลาโดยตั้งเป้าให้มีปฏิบัติการ cmte เป็นทางการในงานประชุมวิชาการประจำปีของสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย ๒๓ เมษายน ๒๕๕๗ ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง การมีกรรมการสภาฯ อยู่ในคณะอนุกรรมการฯหลายท่านเป็นข้อดีที่ทำให้การดำเนินการต่างๆในระดับคณะกรรมการสภาฯราบรื่น

– ผลการดำเนินงาน มีระเบียบเกี่ยวกับสถาบันหลัก/สถาบันสมทบ และระเบียบเกี่ยวกับกิจกรรมและการคิดคะแนน สำหรับใช้งาน ออกมาในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๗ มีการจัดทำคู่มือสำหรับแจกจ่ายสมาชิก มีโปรแกรมใช้งานซึ่งสมาชิกสามารถออนไลน์กับศ.น.นพ. ได้ มีช่องทางสื่อสารกับสมาชิก มีวิทยากรออกไปบรรยายในที่ต่างๆรวมทั้งในงานสมาคมฯ ซึ่งมีผู้สนใจล้นหลาม มีบทความออนไลน์ออกให้สมาชิกเรียนรู้และเก็บคะแนน ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดีเมื่อเทียบกับเวลาทำงานที่มี

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here