สำรวจ “ทัพ” ขับเคลื่อนวิชาชีพเทคนิคการแพทย์

0
79
ในการศึกสงครามเมื่อครั้งอดีต การจัด “ทัพ” ออกสัปประยุทธิ์กับข้าศึกมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นอกเหนือจากฝีมือ และความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของแม่ทัพนายกองแล้ว การวางแผนจัด “ทัพ” ที่ดี มีการหนุนส่งกำลังช่วยเหลือสนับสนุนกัน ไพร่พลมีกำลังใจ ฮึกเหิม ไม่ย่อท้อเหนื่อยหน่าย ย่อมนำมาซึ่งชัยชนะในการศึกนั้นๆ ได้ไม่ยาก
หากเปรียบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ของเรา ที่กำลังเผชิญกับภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ อยู่ในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอัตรากำลัง ค่าตอบแทน สวัสดิการ เรื่อยไปจนถึงเรื่อง Out source Lab ที่นับวันสัญญาณจะแรงขึ้นทุกที (จนรู้สึกได้ว่าเทคนิคการแพทย์จะถูกกวาดต้อนให้ตกกระดานไป) กับการศึกสงครามในครั้งอดีตก็คงจะไม่ต่างกันนัก ถ้าจัด “ทัพ”รับมือไม่ทัน ก็อาจะต้องเสียบ้านเสียเมืองกันจนราบพณาสูรย์ได้
ปัจจุบัน วิชาชีพเทคนิคการแพทย์ มีองค์กรหลักที่ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนวิชาชีพ ๓ องค์กร ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีแล้ว ได้แก่
๑. สภาเทคนิคการแพทย์ มีอำนาจหน้าที่หลักในการควบคุมการประกอบวิชาชีพให้ถูกต้องตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ การขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต สั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต และรับรองวิทยฐานะของสถาบันที่ทำการสอน รับรองปริญญา ประกาศนียบัตรในวิชาชีพ รวมถึงการส่งเสริม การศึกษา การวิจัย การประกอบวิชาชีพ และอำนาจหน้าที่อื่นๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
๒. สมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ มีบทบาทหลักในเรื่องสวัสดิการ และเสริมสร้างความรู้ทางวิชาการแก่สมาชิก
๓. สภาคณบดีสถาบันผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย มีบทบาทในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการผลิตบัณฑิต
องค์กรหลักเหล่านี้ เปรียบเสมือน “ทัพหลวง” ที่ต้องมีความพร้อม และแข็งแกร่งมากกว่าใครทั้งหมด เพราะถือเป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ของวิชาชีพนี้ และผู้นำองค์กร ก็คือแม่ทัพใหญ่คนสำคัญที่มีความหมายต่อการดำรงอยู่ของวิชาชีพนี้
แต่การออกศึกสัปประยุทธิ์กับปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าเข้ามา มิอาจอาศัยแต่เพียงการเคลื่อนของ “ทัพหลวง” แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น จำเป็นต้องอาศัยการเคลื่อนพลของ “ทัพ” อื่นๆ ออกหยั่งเชิงข้าศึกดูก่อน
นอกเหนือจาก ๓ องค์กรหลักในวิชาชีพแล้ว ยังมีคณะกรรมการของวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ชุดต่างๆ ที่แต่งตั้งโดยปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็น “ทัพรอง” และ “ทัพหน้า” ในการขับเคลื่อนวิชาชีพด้วย คณะกรรมการของวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ที่ว่านี้ ได้แก่
๑. คณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์และการขับเคลื่อนแนวทางความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนางานทางวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ (เรียกย่อๆ ว่า คณะกรรมการขับเคลื่อน MOU) มีรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข นายกสภาเทคนิคการแพทย์ ประธานสภาคณบดี และนายกสมาคมเทคนิคการแพทย์ เป็นรองประธาน ผู้อำนวยการกองบริหารการสาธารณสุข เป็นเลขานุการ และนักเทคนิคการแพทย์ร่วมเป็นกรรมการ และผู้ช่วยเลขานุการ
๒. คณะกรรมการพัฒนาระบบการจัดซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่วิเคราะห์ด้วยเครื่องอัตโนมัติ มีรองปลัดกระทรวงสธารณสุขเป็นประธาน ผอ.กองบริหารการสาธารณสุข เป็นเลขานุการ นักเทคนิคการแพทย์ ร่วมเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
๓. คณะกรรมการพัฒนาระบบงานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข มีนักเทคนิคการแพทย์เป็นประธานและเลขานุการ (ปัจจุบัน ทนพญ.สุจิตรา มานะกุล เป็นประธาน) กรรมการประกอบด้วยนักเทคนิคการแพทย์ผู้แทนเขตบริการสุขภาพ เขตละ ๒ คน ผู้แทนกรม ๆ ละ ๑ คน โดยมี นายกสภาเทคนิคการแพทย์ นายกสมาคมเทคนิคการแพทย์ฯ และประธานสภาคณบดีสถาบันผลิตบัณฑิตเทคนิคการแพทย์ ฯ เป็นที่ปรึกษา
ในคณะกรรมการชุดนี้ มีอนุกรรมการ 4 คณะคือ CFO (Chief financial officer), CSO (Chief service officer), CHRO (Chief human resource officer) และ CIO (chief information officer) โดยอนุกรรมการ CSO มีคณะทำงาน 2 ชุด คือ คณะทำงานพัฒนางานจุลชีววิทยาคลินิก และ คณะทำงานพัฒนางานธนาคารเลือดและความปลอดภัย
๔. ชมรมเทคนิคการแพทย์ จัดเป็น “ทัพหน้า” ที่จัดตั้งขึ้นมา เพื่อปฏิบัติภารกิจในการเรียกร้องความเป็นธรรมในเรื่องตำแหน่ง ค่าตอบแทน และสวัสดิการต่างๆ “ทัพหน้า” นี้ จะเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ออกดูลาดเลา และหยั่งเชิงข้าศึกดูก่อน เมื่อเกินกำลังที่จะรับมือไหว ก็จะแจ้งให้ “ทัพหลวง” เคลื่อนพลมาช่วย ปัจจุบัน มี ๓ ชมรม คือ
๑.) ชมรมเทคนิคการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบัน ทนพญ.สุจิตรา มานะกุล รพศ.สุราษฎร์ธานีเป็นประธาน
๒.) ชมรมเทคนิคการแพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ปัจจุบัน ทนพญ.สมปอง จินาทองไทย รพศ.ขอนแก่น เป็นประธาน
๓.) ชมรมเทคนิคการแพทย์ชุมชนแห่งประเทศไทย ปัจจุบัน ทนพ.นิทัศน์ น้อยจันอัด รพช.หนองหาน จ.อุดรธานี เป็นประธาน
นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายต่างๆ ทำงานประสานกันในแต่ละพื้นที่ เป็น “กองสอดแนม” คอยหาข้อมูล ข่าวสารแจ้งให้หน่วยเหนือทราบ
ในการขับเคลื่อนวิชาชีพให้ก้าวไปข้างหน้า องค์กรวิชาชีพทั้งหมดจะประสานความร่วมมือกัน ในบางกรณีเพื่อความเหมาะสมกับสถานการณ์ อาจจำเป็นต้องอาศัยองค์กรระดับล่างดำเนินการทางยุทธวิธีนำไปก่อน โดยองค์กรหลักทำหน้าที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง หรือบางกรณีก็อาจดำเนินการควบคู่กันไปตามความเหมาะสมของสถานการณ์นั้นๆ
อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนวิชาชีพไปสู่เป้าหมายที่ต้องการไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่าย และจะสำเร็จได้ในเร็ววัน ต้องอาศัยความอดทน รอคอย และการประสานพลังความร่วมมือกันจากทุกองค์กรอย่างเต็มที่ และที่จะขาดเสียมิได้เลยก็คือพลังความร่วมมือจากนักเทคนิคการแพทย์ทุกภาคส่วนนั่นเอง
ตระเตรียมทัพให้พร้อมเสียแต่วันนี้ การศึกสงครามครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

ศึกครั้งนี้ ใหญ่หลวงนัก !!

(ภาพประกอบจากภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดย มจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล)

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here