ยังไงถึงจะ .. สร้างสรรค์ (ตอน 2: ความคิดสร้างสรรค์)

“สร้างสรรค์” จะมีความหมายใดก็ตาม แต่ทุกคนยอมรับว่า มันเป็นสิ่งดี มีประโยชน์ และจุดเริ่มต้องออกมาจากความคิดที่สร้างสรรค์ … ‘ความคิดสร้างสรรค์’ จึงเป็นสิ่งพึงมีในบุคคล แล้วความคิดเช่นนี้เป็นอย่างไร เรามาดูกัน

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี บอกว่า ความคิดสร้างสรรค์และการกระทำเชิงสร้างสรรค์ มีการศึกษาในหลายสาขาการเรียนรู้ ทั้งทางด้านจิตวิทยา, วิทยาการการรู้, การศึกษา, ปรัชญา (โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรัชญาทางวิทยาศาสตร์), เทววิทยา, สังคมวิทยา, ภาษาศาสตร์, ธุรกิจศึกษา และเศรษฐศาสตร์ อันเป็นผลให้เกิดความหลากหลายของคำจำกัดความและวิธีการ

บล็อก shi-shitako (http://shi-shitako.blogspot.com/2010/07/creative-thinking.html) เขียนว่าความคิดสร้างสรรค์ คือ กระบวนการคิดของสมองซึ่งมีความสามารถในการคิดได้หลากหลายและแปลกใหม่กว่าเดิม โดยสามารถนำไปประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการได้อย่างรอบคอบและมีความถูกต้อง จนนำไปสู่การคิดค้นและสิ่งประดิษฐ์ที่แปลกใหม่หรือรูปแบบความคิดใหม่

นอกจากความคิดสร้างสรรค์ลักษณะนี้แล้ว ยังมีความสามารถในการมองความคิดสร้างสรรค์ในหลายๆด้าน ซึ่งอาจมองในแง่กระบวนการคิดมากกว่าเนื้อหาของการคิด โดยที่สามารถมองความคิดสร้างสรรค์ในมิติที่กว้างขึ้น เช่น การมีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน การเรียนหรือกิจกรรมที่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ด้วย อาทิเช่น การทดลองทางวิทยาศาสตร์ หรือการเล่นกีฬาที่ต้องสร้างสรรค์รูปแบบที่ไม่ซ้ำแบบเดิม เพื่อไม่ให้คู่ต่อสู้รู้ทัน เป็นต้น ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นลักษณะของความคิดสร้างสรรค์เชิงวิชาการ แต่อย่างไรก็ตามลักษณะการคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ที่กล่าวมานั้นต่างก็อยู่บนพื้นฐานของความคิดสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

ผู้เขียนนาม anchor01 ในบล็อกโอเคเนชั่น (http://www.oknation.net/blog/print.php?id=311707) ได้รวบรวมเนื้อหาที่น่าสนใจ เพื่ออธิบาย “ความคิดสร้างสรรค์ คืออะไร?” ขอคัดลอกบางส่วนมา ดังนี้

องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์ เป็นความคิดที่มีลักษณะอเนกนัย ซึ่งประกอบด้วย

  1. ความคิดริเริ่ม (Originality) มีลักษณะแปลกใหม่แตกต่างจากของเดิม / คิดดัดแปลง ประยุกต์เป็นความคิดใหม่
  2. ความคิดคล่องตัว (Fluency)

2.1 ด้านถ้อยคำ (Word Fluency) หลากหลาย ใช้ประโยชน์ได้และไม่ซ้ำแบบผู้อื่น

2.2 ด้านความสัมพันธ์ (Associational Fluency) จากสิ่งที่คิดริเริ่มออกมาได้อย่างเหมาะสม

2.3 ด้านการแสดงออก (Expressional Fluency) เป็นความคิดที่สามารถนำเอา ความคิดริเริ่มนั้นมา แสดงออก ให้เห็นเป็น รูปภาพได้อย่างรวดเร็ว

2.4 ความคิดคล่องด้านความคิด (Ideational Fluency) เป็นการสร้างความคิดให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว คิดได้ทันที ที่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. ความคิดยืดหยุ่น (Flexibility) มีความเป็นอิสระคิดได้หลายๆ อย่าง
  2. ความคิดสวยงามละเอียดลออ (Elaboration) มีความรอบคอบ มีความคิดสวยงาม ด้านคุณภาพ มีความประณีต ในความคิดสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีคุณภาพในทุกๆด้าน

James Webb Young ได้เสนอ กระบวนการสร้างความคิดสร้างสรรค์ 5 ขั้นตอน

  1. ขั้นรวบรวมวัตถุดิบ

1.1 วัตถุดิบเฉพาะ เป็นข้อมูลวัตถุดิบต่างที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องที่ต้องการ

1.2 วัตถุดิบทั่วไป เป็นข้อมูลวัตถุดิบทั่วๆไปทั้งในส่วนขององค์การ และสภาพแวดล้อม เพื่อนำมาประกอบการสร้าง ความคิดสร้างสรรค์ ให้สมบูรณ์

  1. ขั้นบดย่อยวัตถุดิบ เป็นขั้นการนำข้อมูลวัตถุดิบต่างๆ ที่ได้เก็บรวบรวมมาได้ นำมาแจกแจง พิจารณาวิเคราะห์ หาความสัมพันธ์ ความเกี่ยวข้องกันของข้อมูล
  2. ขั้นความคิดฟักตัว
  3. ขั้นกำเนิดความคิด
  4. ขั้นปรับแต่งและพัฒนา ก่อนไปใช้ปฏิบัติจะนำเสนอความคิดสู่การวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อการปรับแต่ง และพัฒนาความคิด ให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ที่เป็นจริง

นิวแวล ชอว์ และ ซิมสัน (Newell, show and Simpson, 1963) ได้เสนอหลักเกณฑ์พิจารณาผลผลิตจากความคิดสร้างสรรค์ ต่อไปนี้

  1. เป็นผลผลิตที่แปลกใหม่และมีค่าต่อผู้คิด สังคมและวัฒนธรรม
  2. เป็นผลผลิตที่เป็นไปตามปรากฏการณ์นิยมในเชิงที่ว่ามีความคิดดัดแปลงหรือยกเลิก ความคิดที่เคยยอมรับกัน มาก่อน
  3. เป็นผลผลิตซึ่งได้รับจากการกระตุ้นอย่างสูงและมั่นคงด้วยระยะยาว หรือความพยายามอย่างสูง
  4. เป็นผลผลิตที่ได้จากการประมวลปัญหาซึ่งค่อนข้างจะคลุมเครือและไม่แจ่มชัด

สำหรับเรื่องคุณภาพของผลผลิตสร้างสรรค์นั้น เทเลอร์ (Tayler, 1964) ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ของคนว่าไม่จำเป็นต้องเป็นขั้นสูงสุดยอดหรือการค้นคว้าประดิษฐ์ของใหม่ขึ้นมาเสมอไป แต่ผลของความคิดสร้างสรรค์อาจจะอยู่ในขั้นใดขั้นหนึ่งต่อไปนี้ โดยแบ่งผลผลิตสร้างสรรค์ไว้เป็นขั้นๆ ดังนี้

  1. การแสดงออกอย่างอิสระ ในขั้นนี้ไม่จำเป็นต้องอาศัยความคิดริเริ่มและทักษะขั้นสูงแต่อย่างใด เป็นเพียงแต่กล้าแสดงออกอย่างอิสระ
  2. ผลิตงานออกมาโดยที่งานนั้นอาศัยบางประการ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งใหม่
  3. ขั้นสร้างสรรค์เป็นขั้นที่แสดงถึงความคิดใหม่ของบุคคลไม่ได้ลอกเลียนมาจากใคร แม้ว่างานนั้นอาจจะมีคนอื่นคิดเอาไว้แล้วก็ตาม
  4. ขั้นคิดประดิษฐ์อย่างสร้างสรรค์ เป็นขั้นที่สามารถคิดประดิษฐ์สิ่งใหม่ขึ้น โดยไม่ซ้ำแบบใคร
  5. เป็นขั้นการพัฒนาผลงานในขั้นที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  6. เป็นขั้นความคิดสร้างสรรค์สูงสุด สามารถคิดสิ่งที่เป็นนามธรรมขั้นสูงได้ เช่น ชาร์ลส์ ดาร์วิน คิดค้นทฤษฎีวิวัฒนาการ ไอสไตน์ คิดทฤษฎีสัมพันธภาพขึ้น เป็นต้น

ท่านผู้อ่านลองดูตัวอย่างต่อไปนี้นะครับ และช่วยวิจารณ์ว่าใช้ความสร้างสรรค์หรือไม่ อย่างไร ระดับไหน

ตู้คอมพิวเตอร์ นำมาทำเตาย่าง
หมอนแฮมเบอร์เกอร์
ตาข่ายกันสัตว์ปีนขึ้นเสาไฟ
เฝือกทำด้วยกระดาษแข็ง
เก้าอี้ใส่หนังสือ
 

ทีนี้ลองมาดูตัวอย่างในแวดวงเทคนิคการแพทย์กันบ้าง ว่าเกิดจากความคิดสร้างสรรค์หรือไม่

หลอดเก็บเลือดสุญญากาศ นวัตกรรมของคนไทย
ขาวางที่สแกนบาร์โค้ด ทำจากลวดที่แขวนเสื้อ
แถบตรวจปัสสาวะ ที่ถูกผ่าแบ่ง เพื่อลดต้นทุน
โครงพลาสติกใสติดข้างฝา สำหรับใส่กล่องถุงมือ เพื่อประหยัดพื้นที่
กล่องวางขวดน้ำยา มี cold pack รักษาความเย็นขณะใช้งาน
 

แล้วท่านล่ะ วันนี้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ทำอะไรไปบ้างแล้ว? … สวัสดีครับ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here