ถกเงิน พตส.สหวิชาชีพ ทำโซเชียลระอุ

1
1686

ยกเหตุขยายกรอบ พตส.มาแสดงความเห็น คาใจเปรียบเทียบมาก-น้อย แจงเหตุเทคนิคการแพทย์ขยับเป็น 2,000-4,000 เพราะเสี่ยงไม่แพ้วิชาชีพอื่น เสนอทุกวิชาชีพสร้างค่านิยมจากตัวใครต้วมันมาเป็นไม่ทอดทิ้งกันดีกว่า

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีนำเรื่องการปรับ เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านการสาธารณสุข (พตส.) มาตั้งเป็นประเด็นพูดคุยผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขทุกระดับ ในทุกสาขาวิชาชีพเกือบ 300 รายเป็นสมาชิกกลุ่ม โดยนำข้อมูลอัตราเงิน พตส.ที่จะปรับปรุงใหม่มาโพสต์ไว้ด้วย

ทั้งนี้ ข้อมูลเงิน พตส.อัตราใหม่ที่นำมาโพสต์ในกลุ่มไลน์ดังกล่าว มีผู้ระบุว่าเป็นข้อสรุปจากการประชุมหารือร่วมกันของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข (กสธ.) กับผู้แทนวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 60 ซึ่งมีการเสนอขอให้ กพ.ปรับเพิ่มเงิน พตส.ให้แก่แพทย์ จาก 5,000-15,000 บาท เป็น 6,000-21,500 บาท ทันตแพทย์ จาก 5,000-15,000 บาท เป็น 6,000-21,000 บาท เภสัชกร จากเดิม 1,500-3,000 บาท เป็น 2,500-5,000 บาท พยาบาลวิชาชีพ จาก 1,500-2,000 บาท เป็น 2,000-5,000 บาท นักเทคนิคการแพทย์ จาก 1,000 บาท เป็น 2,000-4,000 บาท นักกายภาพบำบัด จาก 1,000 บาท เป็น 1,500-4,000 บาท นักเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอก จาก 1,000 บาทเป็น 4,500 บาท นักแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมาย จาก 1,000 บาทเป็น 2,500 บาท สหวิชาชีพอื่น ๆ จาก 1,000 บาท เป็น 1,500 บาท ขณะที่นักวิชาการสาธารณสุข ที่แต่เดิมไม่เคยได้รับ พตส. ให้ได้รับ 1,000-3,000 บาท

ต่อมา มีผู้ที่ระบุว่าตนเองเป็นแพทย์ ได้แสดงความเห็นในเชิงตั้งคำถามว่า นักกายภาพบำบัดแตกต่างจากนักรังสี และนักการแพทย์แผนไทยตรงไหนตรงไหนจึงถูกจัดไว้คนละกลุ่ม ซึ่งถือเป็นความเหลื่อมล้ำตั้งแต่การจัดกลุ่มแล้ว ขณะที่นักเทคนิคการแพทย์ล้นระบบ และนักรังสีขาดแคลนรุนแรง การกำหนดเงิน พตส.นี้จะตอบโจทย์อย่างไร และเห็นว่ากรณีจบปริญญาตรี ประกอบโรคศิลปะ ถ้าเป็นพยาบาลวิชาชีพ ทำงานกับคนซึ่งพูดได้ ด่าได้ ชมได้ ฟ้องได้ ควรได้สูงมากๆ เมื่อเทียบกับวิชาชีพที่ทำงานกับเครื่องที่พูดไม่ได้ ด่าไม่ได้ ฟ้องไม่ได้ ทั้ง 4 นัก ที่พูดมา ควรอยู่ในกลุ่มเดียวกันเพราะไม่ต่างกัน นอกจากต่างกันมากกับพยาบาล ซึ่งพยาบาลต้องรับทุกอย่าง เป็นบุคคลที่สำคัญมากเคียงคู่กับหมอ แม้จะจบเพียงปริญญาตรี แต่พยาบาลคือสิ่งที่ต้องมีในทุกๆที่ที่มีหมอ พยาบาลจึงควรได้รับ พตส.มากกว่าสหวิชาชีพอื่นอย่างมีนัยสำคัญ

ความเห็นดังกล่าวได้ถูกท้วงติงจากสมาชิกกลุ่มหลายรายในเวลาต่อมาว่า ทุกวิชาชีพมีความสำคัญไม่ต่างกัน และทุกวิชาชีพทำงานเต็มที่ เสียสละ และเสี่ยงควรได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม เกณฑ์ พตส. มีหลักเกณฑ์ ที่ ก.พ กำหนดชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่การกำหนดโดยใครคนใดคนหนึ่ง เช่น ความเป็นวิชาชีพ สภาพการทำงานไม่น่าอภิรมย์ ความเสี่ยงภัยเสี่ยงโรคและประสบการณ์ทำงาน เป็นต้น ไม่มีเกณฑ์ “ทำงานกับคน ทนด่า ทนพูด ทนกดดัน”  ถึงแม้บางวิชาชีพจะทำงานอยู่กับเครื่องมือก็ตาม แต่ผลที่ได้จากงานนั้นก็ส่งผลกระทบต่อคนไข้โดยตรง  ถูกคนไข้ฟ้องได้เช่นกัน  และเกิดความเสี่ยงจากการใช้เครื่องมือเพิ่มขึ้นอีก และความจริงเครื่องมือเหล่านี้แค่ใช้ช่วยลดแรงงานคนเท่านั้น  ทำให้ไม่ต้องจ้างคนมากเท่าพยาบาล

ด้านนักเทคนิคการแพทย์หลายคนที่เป็นสมาชิกกลุ่มดังกล่าว ได้แสดงความเห็นว่านักเทคนิคการแพทย์ มีหลากหลายสาขาที่ทำงานเพื่อผู้ป่วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเชื้ออุบัติใหม่ ที่ไม่รู้ว่าเป็นเชื้ออะไร  รู้แต่ว่า ติดเชื้อตายได้ การที่มีการขยายกรอบเงิน พตส. ออกไปเป็น  2,000-4,000 บาท ไม่ใช่ทุกคนจะได้เหมือนกันที่ 4,000 บาท ยังต้องไปแยก ประเภทงานตามความเสี่ยงและความขาดแคลน ซึ่งพยาบาล และ เภสัช ได้ทำมาก่อนแล้ว เช่น เภสัชทั่วไป ได้1,500 บาท เภสัชที่ทำงานกับผู้ป่วยวัณโรค ได้ 3,000 บาท เป็นต้น แต่ในกรอบเวลาเดียวกันนักเทคนิคการแพทย์ ทำงานกับเชื้อวัณโรค กลับได้เพียง 1,000 บาท ดังนั้น เมื่อ กพ. ให้แก้ไข  จึงได้มีการจัดทำร่างข้อเสนอดังที่เห็น และว่าปัจุบันนักเทคนิคการแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนไว้มี 16,000 กว่าคนก็จริง  แต่ประกอบวิชาชีพในกระทรวงสาธารณสุข เพียงประมาณ 4,000 คนเศษเท่านั้น จึงไม่ได้ล้นระบบอย่างที่เข้าใจ

“กสธ. ควรคิด วิเคราะห์ และตอบสนองอย่างเป็นธรรมทั้งระบบ  จะได้ไม่ต้องมานั่งทำเรื่องเดิมซ้ำซาก  วนไปวนมา  ทำให้เกิดปัญหาทะเลาะกันเขม่นกันระหว่างวิชาชีพตามมา  ซึ่งกระทบต่อความสามัคคีภายในกระทรวง/องค์กร   ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นภาพลักษณ์ และ วัฒนธรรมเอาตัวรอดหรือตัวใครตัวมัน” นักเทคนิคการแพทย์รายหนึ่งระบุ และว่าการแก้ไขปัญหา พตส.นี้ ควรเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ และ มีความเป็นไปได้ ไม่ควรมาเปรียบเทียบหรือต่อว่าวิชาชีพอื่นๆ สิ่งที่ควร ดำเนินการ คือ ต้องรีบให้ตัวแทนวิชาชีพที่ตกหล่น  ทำเรื่องตามเข้าไป  แม้จะทำให้การพิจารณาจาก กพ. ล่าช้าไปบ้าง ก็คงต้องยอมรับ ว่าช้าดีกว่าไม่ช่วย  และควรช่วยกันสร้างค่านิยมใหม่ใน กสธ. จากตัวใครต้วมันมาเป็นไม่ทอดทิ้งกันจะดีกว่า

นอกจากนักเทคนิคการแพทย์แล้ว ยังมีสหวิชาชีพอื่นๆ เข้ามาร่วมแสดงความเห็นหลายราย และเห็นว่าการกำหนดค่าตอบแทน พตส.ที่ไม่เป็นธรรม หรือเหลื่อมล้ำ ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของคนทำงาน

อย่างไรก็ตาม มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นว่าจะรับอุทธรณ์ศึกษาเรื่อง พตส.ใหม่แล้วส่งก.พ.พิจารณา หรือผลักดันต่อไป ซึ่งคาดว่าผู้แสดงความเห็นรายนี้น่าจะเป็นระดับผู้บริหารซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับ พตส.

1 ความคิดเห็น

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here