“ต่อภาพ”นายกสภาเทคนิคการแพทย์ ลงพื้นที่ดูงานบริการกลุ่มเสี่ยง : จังหวะก้าวที่สำคัญของวิชาชีพ

0
63
หากดูเผินๆ หลายคนอาจไม่รู้สึกอะไรกับข่าวและภาพ ที่ รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาเทคนิคการแพทย์ เดินทางไปยังเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 11 กค. ที่ผ่านมา เพื่อศึกษาดูงานการให้บริการกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี ของมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (SWING) และมูลนิธิ SISTER และร่วมงานเทิดพระเกียรติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดามาตุ ที่มูลนิธิ SWING จัดขึ้น ณ ที่ทำการมูลนิธิ พัฒน์พงษ์ กรุงเทพ โดยมี นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน และกล่าวแสดงความยินดีโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ในช่วงบ่ายวันที่ 13 กค.

รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ ศึกษาดูงานการให้บริการตรวจเอชไอวี กลุ่มเสี่ยง
ที่มูลนิธิ SWING พัทยา
นอกจากจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว อาจมองว่าเป็นเพียงภารกิจธรรมดาๆ ของนายกสภาเทคนิคการแพทย์เท่านั้น เหมือนการไปปรากฏตัวร่วมงาน ร่วมกิจกรรมอะไรสักอย่าง ในฐานะผู้นำองค์กรที่มีให้เห็นอยู่เนืองๆ
แต่ถ้าพิจารณาข่าวนี้อย่างลึกซึ้งแล้ว จะพบว่าการไปปรากฏตัวร่วมงาน ร่วมกิจกรรมกับ 2 มูลนิธิดังกล่าว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้บริการตรวจเอชไอวีในกลุ่มเสี่ยง ของนายกสภาเทคนิคการแพทย์ ไม่ใช่เรื่อง “ธรรมดาๆ” ที่หลายคนเข้าใจ หากแต่เป็น “จังหวะก้าว”ที่มีการเตรียมการเอาไว้แล้ว
หากยังจำกันได้ หลายวันก่อน สภาวิชาชีพด้านสุขภาพ อันประกอบด้วยแพทยสภา สภาการพยาบาล สภาเภสัชกรรม ทันตแพทยสภา สัตวแพทยสภา สภาเทคนิคการแพทย์ และสภากายภาพบำบัด ได้มีการประชุม เมื่อวันที่ 26 เมย.2560 แล้วมีความเห็นร่วมกันว่า เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชนให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานปลอดภัยและเกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นการปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์พ.ศ. 2547 กำหนด จึงเห็นควรสนับสนุนให้เทคนิคการแพทย์เป็นผู้ตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวี ในโครงการยุติปัญหาวัณโรคและเอดส์ด้วยชุดบริการ Reach-Recruit-Test-Treat-Retain; RRTTR รอบ New Funding Model ; NFM ในช่วง Non Costed Extension ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนโลก นำร่อง รวม 29 จังหวัด โดยสภาเทคนิคการแพทย์ยินดีให้ความร่วมมือกับกรมควบคุมโรค ในการร่วมวางแผนเพื่อดำเนินการในโครงการดังกล่าว และได้ส่งความเห็นของภาคีสุขภาพไปยังอธิบดีกรมควบคุมโรคในวันที่ 17 พค.
นี่คือจังหวะก้าว-ก้าวแรก ของนายกสภาฯ ภายหลังการเข้ารับตำแหน่งเพียงไม่กี่วัน
จังหวะก้าวต่อไป ในวันที่ 30 พ.ค. นายกสภาฯและคณะ ได้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทำแนวทางการตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีโดยการเจาะเลือดปลายนิ้ว (ด้านกฎหมาย) ที่สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (สอวพ.) ร่วมกับกลุ่มกฎหมาย จากกรมควบคุมโรคและสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, เจ้าหน้าที่สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์, ผู้แทนจากศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้านสาธารณสุข, ผู้แทนกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้แทนสภากาชาดไทย ซึ่งถือเป็นอีกจังหวะก้าวที่สำคัญ
เพราะในวันนั้น ที่ประชุมได้อภิปรายแง่มุมต่างๆอย่างกว้างขวาง และเห็นชอบให้ดำเนินการในรูปของสหวิชาชีพตามขอบเขตของอำนาจหน้าที่ในการประกอบวิชาชีพของแต่ละวิชาชีพ โดยในส่วนของการตรวจทางห้องปฏิบัติการ จะเป็นความรับผิดชอบของวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ซึ่งจะไม่ใช้การเจาะเลือดปลายนิ้ว ยกเว้นการตรวจยืนยันตัวตนหรือในบางสถานการณ์ ที่มีความจำเป็น และการแจ้งผลกรณีติดเชื้อจะต้องผ่านการตรวจครบ 3 วิธื โดยสภาเทคนิคการแพทย์จะดำเนินการในรูปของเครือข่าย ภายใต้ความร่วมมือของนักเทคนิคการแพทย์ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ในกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัย กองทัพ กรุงเทพมหานคร ภาคเอกชน ตลอดจนคลินิกเทคนิคการแพทย์ พร้อมกับได้เสนอให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จัดประชุมวิชาการ ฟื้นฟู การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี ที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ตลอดจนการควบคุมคุณภาพให้แก่นักเทคนิคการแพทย์ด้วย
การประชุมร่วมกันของหลายหน่วยงานในวันที่ 30 พค. จนมีข้อสรุปที่ชัดเจนร่วมกันที่จะให้การตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวี ในโครงการยุติปัญหาวัณโรคและเอดส์ ดำเนินการโดยนักเทคนิคการแพทย์ เป็นเสมือนการรุกคืบเข้าไปแสดงบทบาทต่อโครงการใหญ่ระดับชาติของเทคนิคการแพทย์อย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน เพราะก่อนหน้านี้พยาบาลได้ถูกวางตัวให้ทำหน้าที่นี้แทนเทคนิคการแพทย์ในโครงการนี้มาแล้ว แต่ด้วยความพยายามของนายกสภาฯ คนปัจจุบัน ที่ต้องการนำศักยภาพและความสามารถของนักเทคนิคการแพทย์ ไปแสดงให้ประชาคมสาธารณสุขได้เห็นประจักษ์อย่างสง่างาม จึงได้รุกคืบเข้าไปรับผิดชอบโครงการนี้ในวินาทีสุดท้ายจนได้ เป็นการสร้างโอกาสการมีที่ยืนของเทคนิคการแพทย์ในสังคมสาธารณสุขในอนาคตอย่างมั่นคง มีเกียรติและศักดิ์ศรี
.
การลงพื้นที่เมืองพัทยา เพื่อศึกษาดูงานการให้บริการตรวจเอชไอวีกลุ่มเสี่ยงกับมูลนิธิ SWING และ SISTER ซึ่งเป็นหน่วยงานเครือข่ายสุขภาพชุมชน ของศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ของนายกสภาเทคนิคการแพทย์ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นความตั้งใจที่จะลงไปสัมผัส “หน้างาน” ด้วยตนเอง เพื่อเก็บข้อมูลมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนงานให้บริการ เมื่อเทคนิคการแพทย์จะต้องปฏิบัติงานตามโครงการ

ศ.เกียรติคุณ นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย และ รศ.ยุพา เอื้อวิจิตรอรุณ นายกสภาเทคนิคการแพทย์
ที่ลึกซึ้งไปกว่านั้นก็คือ การลงพื้นที่และร่วมกิจกรรมดังกล่าว ทำให้นายกสภาฯ มีโอกาสได้พบกับผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อโครงการการตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวี ในโครงการยุติปัญหาวัณโรคและเอดส์ด้วยชุดบริการ Reach-Recruit-Test-Treat-Retain; RRTTR และได้หารือถึงความร่วมมือในการดำเนินการโครงการที่ว่านี้ โดยสภาเทคนิคการแพทย์ และนักเทคนิคการแพทย์ทุกภาคส่วน ได้ขอโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมการตรวจคัดกรองการติดเชื้อในกลุ่มเสี่ยงในชุมชนตามโครงการดังกล่าว
เมื่อนำภาพการลงพื้นที่พัทยาของนายกสภาฯ มาต่อเรียงกับภาพอื่นๆ ก็จะเห็นจังหวะก้าวที่สำคัญของเทคนิคการแพทย์ ในความพยายามที่จะประกาศความมีตัวตนให้สังคมสาธารณสุขรับทราบ ได้อย่างแจ่มชัดยิ่งขึ้น
เป็นการเดินตามนโยบายที่จะธำรงรักษาและอภิบาลการประกอบวิชาชีพ ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ.2547 ให้มีเกียรติ ศักดิ์ศรี และสง่างาม ทัดเทียมกับวิชาชีพด้านสุขภาพอื่นๆ ตามที่ประกาศต่อสาธารณะไว้อย่างน่าชื่นชม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here