ก่อนเริ่มเรื่อง

วิชาชีพเทคนิคการแพทย์มีการนำการศึกษาต่อเนื่อง หรือ CMTE มาใช้อย่างเป็นทางการและเป็นภาคบังคับ กล่าวคือมีข้อบังคับสภาเทคนิคการแพทย์ว่าด้วยการศึกษาต่อเนื่องเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๖  ใช้บังคับผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ตั้งแต่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๖ ให้อายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ และใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ สาขาเทคนิคการแพทย์ (ที่ออกตามพรบ.การประกอบโรคศิลปะ ซึ่งยังไม่มีการเปลี่ยนให้เป็นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ตามพรบ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์) มีอายุ 5 ปี โดยการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์จะต้องใช้คะแนนการทำกิจกรรม CMTE มาเป็นหลักฐานในการต่ออายุ จึงถือได้ว่าเป็นการสถาปนา CMTE อย่างเป็นทางการตามกฎหมาย หรือกล่าวได้ว่าเป็นภาคบังคับ

แม้ล่วงเลยมาเกือบ ๔ ปีแล้วยังมีคนไม่รู้ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ ว่าเริ่มต้นมาจากไหน มีที่มาที่ไปอย่างไร คนที่จะเล่าเรื่องนี้ได้ดีคนหนึ่งน่าจะเป็น “อาจารย์เทียน” ของชาวเทคนิคการแพทย์ จะได้เล่ากันตามประสบการณ์ที่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ตั้งแต่ยุคแรก

ราวปื พ.ศ. ๒๕๔๕ ที่มีความพยายามนำต้น CMTE มาปลูกในวิชาชีพให้โตทันวิชาชีพแพทย์ พยาบาล เภสัช ฯลฯ ขณะที่วิชาชีพนี้ยังขึ้นอยู่กับพรบ.การประกอบโรคศิลปะ มีการดำเนินการในภาคทดลองในแนวเดียวกับกลุ่มแพทย์ จนถึงปี ๒๕๕๗ เมื่อมีพรบ.วิชาชีพเทคนิคการแพทย์เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม ๒๕๔๗ เรื่องนี้จึงเปลี่ยนไปดำเนินการโดยสภาเทคนิคการแพทย์ อาจารย์เทียนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการที่ดำเนินการเรื่องนี้ระยะหนึ่ง แล้วว่างเว้นไป จนเมื่อมีการเปลี่ยน CMTE จากภาคสมัครใจเป็นภาคบังคับในปี ๒๕๕๖ ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น ด้วยความระมัดระวังเนื่องจากทุกอย่างมีผลทางกฎหมาย หากพลาดพลั้งก็จะถูกฟ้องร้องเอาผิดได้ สภาเทคนิคการแพทย์จึงทาบทามให้อาจารย์เทียนเข้ามาจัดตั้ง CMTE ภาคบังคับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ ดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน  เกือบจะครบวงรอบ ๕ ปีแล้ว คาดว่าอาจารย์เทียนคงเล่าเนื้อหาได้ตรงตามที่เกิดขึ้นจริงและมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเป็นของแถม

 เมื่อตอบคำถามได้ว่าทำไมให้อาจารย์เทียนเป็นคนเล่าเรื่อง ก็มีอีกคำถามว่าทำไมมาเล่ากันตอนนี้ เหตุผลหนึ่งที่ต้องเป็นตอนนี้เพราะ ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องเทคนิคการแพทย์ (ศ.น.ทนพ.) ดำริจะให้ ศ.น.ทนพ.มีการสื่อสารกับสมาชิกให้ทั่วถึง อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นช่องทางให้ข้อมูลข่าวสารสองทาง ซึ่งจะทำให้มีความเข้าใจกันมากขึ้นอันนำไปสู่ความร่วมมือกันต่อไป ทางหนึ่งคือทาง  Facebook .และเรื่องแรกๆคือเรื่องราวความเป็นมาของ CMTE นั่นเอง ประการที่สอง เมื่อคิดว่าอาจารย์เทียนน่าจะเป็นคนเล่า ปีนี้อาจารย์ใกล้เจ็ดสิบขวบแล้ว เริ่มจะเข้าสู่สภาพที่สังขารกลับคืนสู่สามัญ โดยเฉพาะความจำ และปรารภว่าจะละวางเรื่องราวต่างๆในยุทธภพอีกครั้ง เพียงสองประการนี้ก็เพียงพอที่จะเปิดการร่ายรำเพลงกระบี่สุดท้ายของท่านในตอนนี้

คนรุ่นเก่าหน่อยหรือลูกศิษย์คงรู้จักอาจารย์เทียนกันแล้ว แต่รุ่นใหม่ๆทีเพิ่งเข้าวงการ และที่ไม่เคยเป็นศิษย์ของอาจารย์อาจจะไม่รู้จักท่าน จึงจะสาธยายบทบาทการโลดแล่นในยุทธภพเทคนิคการแพทย์ให้ทราบพอสังเขป

อาจารย์เทียน ชื่อเต็มๆ คือ รศ.ทนพ.เทียนชัย ไชยเศรษฐ เข้าสู่วงการเทคนิคการแพทย์ตั้งแต่เข้าเรียนปี ๑ ในคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เพียงปีแรกก็มีการเปลี่ยนชื่อเป็นมหาวิทยาลัยมหิดล ขึ้นปี ๓ ข้ามไปเรียนที่วิทยาเขตร.พ.จุฬาลงกรณ์ ซึ่งมี ผศ.นทพ.สุพล พลธีระ เป็นนายกสมาถทเทคนิคการแพทย์รุ่นต้นๆทำงานอยู่  การเข้าไปช่วยงานสมาคมฯท่านตั้งแต่นั้น จึงเป็นการกระโดดเข้าสู่วงการเทคนิคการแพทย์อย่างเต็มตัวทั้งที่ยังไม่จบการศึกษา ในปีนั้นได้มีส่วนร่วมในกาสไตร์ทหยุดเรียนประท้วงให้ยกเลิกผลักปี ๓ จำนวนหนึ่งให้ได้รับเพียงอนุปริญญา (อทกพ.) ซึ่งไม่เป็นธรรม ต่างจากหลักสูตรเดียวกันในสถาบันอื่น และหลักสูตรอื่นทั่วไป ที่สอบเข้าเรียนได้แล้วก็สามารถเรียนจนจบหลักสูตรปริญญาตรี เมื่อจบการศึกษาได้รับปริญญา วทบ.(เทคนิคการแพทย์) ในปี ๒๕๑๔ ก็จับจองงานในคณะในตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ตรี ภาควิชาคลินิคัลไมโครสโคปี แต่งานจริงคือการตรวจทางเคมีคลินิก ในห้องปฏิบัติการของคณะซึ่งทำหน้าที่เป็นห้องปฏิบัติการกลางของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในปลายปีนั้นมีการปฏิวัติเกิดขึ้น จึงมีคำสั่งคณะปฏิวัติให้โอนคณะเทคนิคการแพทย์วิทยาเขตร.พ.จุฬาลงกรณ์และบุคลากรไปสังกัดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชีวิตราชการของอาจารย์เทียนส่วนใหญ่จึงโลดแล่นอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยตั้งแต่ปลายปี ๒๕๑๔ จนถึง ๒๕๔๒ จากตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์ทำงานในห้องปฏิบัติการกลาง และห้องปฏิบัติการฉุกเฉินของโรงพยาบาล ไปเป็นอาจารย์สอน และผู้บริหาร จากภาควิชาเวชศาสตร์ชันสูตร ไปภาควิชาเทคนิคการแพทย์คณะแพทยศาสตร์ ข้ามไปภาควิชาเคมีคลินิก คณะสหเวชศาสตร์ รวมทำงานในจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัยร่วม ๒๗ ปี ก่อนโอนไปภาควิชาเทคนิคการแพทย์ คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี ๒๕๔๒ จนเกษียณอายุราชการในปี ๒๕๕๒ แถมด้วยการเป็นรองคณบดีอีกสามปี จากการรับราชการยาวนานทั้งในคณะแพทยศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ ภาควิชาเทคนิคการแพทย์ ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาล การมีบทบาทในการจัดตั้งคณะและห้องปฏิบัติการ การทำงานในภาคเอกชน การเป็นกรรมการสมาคมเทคนิคการแพทย์ยุคต้นๆไล่มาหลายสมัย การเป็นอนุกรรมการของกองการประกอบโรคศิลปะ การเป็นผู้บริหาร ในตำแหน่งหัวหน้าห้องปฏิบัติการ หัวหน้าภาควิชา รองคณบดี ทำให้สามารถตักตวงประสบการณ์ทั้งด้านบริการ การศึกษา และการบริหารจัดการอย่างมากมาย โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นงานบุกเบิกสิ่งใหม่ๆมากกว่างานเก่าดั้งเดิม ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่างๆ จากการทำงานให้วิชาชีพมาอย่างต่อเนื่องยาวนานสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย จึงพิจารณามอบโล่นักเทคนิคการแพทย๋ดีเด่นประจำปี ๒๕๕๖ ให้เพื่อเป็นเกียรติ์ การเข้ารับงานในตแหน่งประธานคณะอนุกรรมการการศึกษาต่อเนื่องเทคนิคการแพทย์ควบกับผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาต่อเนื่องในช่วงแรกของภาคบังคับจึงเป็นงานช่วยวิชาชีพอีกครั้งหนึ่ง

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here