ตรวจยาเสียสาว

สร้างเมื่อ วันจันทร์, ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๔ วันเผยแพร่ วันอาทิตย์, ๑๕ เมษายน ๒๕๕๕ เขียนโดย PP

เดลินิวส์ออนไลน์ วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม 2554 หน้าสังคม ลงข่าวว่า ยาเสียสาวระบาดเกลื่อนชายแดน น.ศ.สาวไปสะเดาะเคราะห์เจอยาเสียตัวในน้ำมนต์ สรุปจากเนื้อข่าวว่า ยาที่ตกเป็นข่าวนำไปใช้ในทางที่ผิดมีสองตัวคือ GHB และ Midazolam จึงขอนำเสนอข่าวนี้พร้อมข้อมูลวิธีการตรวจในปัสสาวะ

 

ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์รายงานจากการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ครั้งที่ 19 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ว่า  เภสัชกรจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 10 (เชียงใหม่) และสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดเชียงราย ได้นำเสนอผลงานการตรวจวิเคราะห์จีเอชบี หรือ  gamma-hydroxybutyric acid  ในยากระตุ้นทางเพศสตรีที่ลักลอบจำหน่ายบริเวณชายแดนไทย-พม่า ซึ่งจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 1 ในช่วงปี พ.ศ. 2552-2554  พบว่า จีเอชบีถูกตรวจพบในของกลาง 4 คดี  เหตุผลที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับสารตัวนี้ เพราะมีคดีหนึ่งที่ จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาใช้ยาจีเอชบีกับเหยื่อผู้หญิงแล้วทำการกระทำชำเรา  เนื่องจากจีเอชบีกินเข้าไปแล้วมีฤทธิ์ทำให้เหยื่อไม่รู้สึกตัว และไม่สามารถที่จะป้องกันตัวเองได้

ผู้นำเสนอผลงานในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ครั้งที่ 19 กล่าวต่อว่า น่าจะมีการลักลอบนำเข้าจีเอชบีจากประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยเหตุนี้จึงได้สำรวจหาจีเอชบี ซึ่งมีการอ้างว่าเป็นยากระตุ้นทางเพศบริเวณตลาดชายแดนไทย-พม่า โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายได้เก็บวัตถุต้องสงสัยจากคนเร่ขายสินค้าชาวพม่าบริเวณตลาดชายแดนในฝั่งไทยจำนวน  21 รายการ ซึ่งมีทั้งชนิดผงละเอียดบรรจุซองอะลูมิเนียมและแคปซูล ชนิดสารละลายใส หรือ ชนิดน้ำ บรรจุในขวดแก้ว และชนิดหมากฝรั่ง เกือบทั้งหมดพิมพ์รูปภาพโป๊และข้อความล่อแหลมบนภาชนะบรรจุ จากตรวจยืนยันพบจีเอชบีในทุกตัวอย่าง ซึ่งน่าเป็นห่วงมากเพราะอาจจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ความจริงการหาซื้อจีเอชบี ไม่ได้ซื้อกันง่าย ๆ เพราะจะต้องรู้แหล่งซื้อ โดยราคาขายชนิดผงประมาณ 200 บาท ชนิดน้ำประมาณ 500 บาท หลังจากการตรวจพบ ได้มีการแจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชนแล้ว

นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ผู้หนึ่งจากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 (นครราชสีมา) กล่าวในที่ประชุมว่า เมื่อช่วงต้นปี 2554 ที่ผ่านมา ทางศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 ได้รับตัวอย่างน้ำมนต์จากทางตำรวจส่งมาตรวจ เป็นคดีที่นักศึกษาอายุ 18 โดนข่มขืนกระทำชำเราเนื่องจากไปสะเดาะเคราะห์กับคนทรงเจ้าที่คนนับถือ โดยก่อนจะสะเดาะเคราะห์จะต้องทำพิธีให้ตายก่อน ทางอาจารย์ก็ให้เด็กกินน้ำมนต์ พอกินแล้วก็ไม่รู้สึกตัวหลังจากนั้นก็ถูกทำมิดีมิร้าย พอแม่เด็กรู้ภายหลังก็ไปแจ้งความและนำน้ำมนต์ให้ตำรวจส่งตรวจ ปรากฏว่า เจอสารมิดาโซแลม ซึ่งยาดังกล่าวจะทำให้หยุดหายใจชั่วคราวได้ ทำให้คนกินไม่ได้สติ กรณีเช่นนี้อยากจะเตือนว่าการไปทำพิธีสะเดาะเคราะห์ อาจเจอเหมือนกรณีเช่นนี้ได้

ผมจึงขอสรุปจากข่าวว่า ยาเสียสาวตามข่าว มีอยู่ 2 ตัว คือ GHB ซึ่งเป็นยาที่เราไม่ค่อยคุ้นชื่อกัน และตัวที่สองคือ Midazolam ซึ่งมีชื่อการค้าที่รู้จักดีว่า Dormicum จัดเป็นยากดประสาทในกลุ่ม Benzodiazepine

 

สำหรับการตรวจยากลุ่ม Benzodiazepine ในปัสสาวะ ปัจจุบันมีความสะดวกมาก เพราะสามารถใช้ชุดตรวจสำเร็จรูปชนิด Immunochromatography หรือจะตรวจด้วยเทคนิค TLC โดยใช้ Bratton-Marshall reaction ก็ได้

 

แต่หากต้องการตรวจยา Midazolam ในปัสสาวะโดยใช้ชุดสำเร็จรูปสำหรับกลุ่ม Benzodiazepine ผมขอให้อ่านเอกสารกำกับชุดตรวจให้ดีว่ามี cross-reactivity ที่ดีกับยานี้หรือไม่ เพราะตามมาตรฐานจะผลิตให้มี reactivity ต่อ Oxazepam ซึ่งโครงสร้างทางเคมีต่างจาก Midazolam พอควร

 

 

 

ส่วนเรื่อง GHB ผมเพิ่งจะเห็นบางบริษัททำชุดตรวจสำเร็จรูปออกจำหน่าย และเรื่องนี้เคยเป็นข่าวเมื่อ 8 ปี มาแล้ว ซึ่งผมเคยตอบคำถามไปครั้งหนึ่งที่เว็บบอร๋ดที่ปรึกษาทางพิษวิทยา ใน www.thaimedtech.org  และได้แนะนำวิธีตรวจ GHB ในปัสสาวะ แบบง่ายๆ ด้วยเทคนิค color test  เนื่องจากปัจจุบันเว็บนี้ได้ปิดตัวลงแล้ว (โดยเว็บมาสเตอร์คนเดียวกับเว็บไซต์ปัจจุบัน) จึงขอนำคำถาม-ตอบ เกี่ยวกับ GHB มาเผยแพร่อีกครั้งหนึ่ง ดังนี้

 

ข้อมูลเรื่องไวน์มรณะ    
 

Question:  อยากทราบว่าการตรวจสารพิษไนอาหารนี้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของเทคนิคการแพทย์หรือเปล่าแล้วเรื่องไวน์ปลอมนั้นที่คณะแพทย์รพ.รามาเขาตรวจเองหรือเปล่า

 

Reply:  ถามว่าใครเป็นคนตรวจไวน์ปลอม

 

คงหมายถึงไวน์ที่มีข่าวว่าฝรั่งใส่สารพิษในขวดไวน์ พยายามส่งออกไปสหรัฐฯ แต่ไม่สำเร็จเลยแจกให้คนใกล้ชิด คนใกล้ชิดคนแรกไปเปิดเลี้ยงกัน มีเพื่อนตายไปหนึ่ง เลยเอาขวดไวน์ที่เหลือให้สามีไปทิ้ง แต่สามีคงเสียดายเอาไปเลี้ยงกับเพื่อน ผลตายไปอีกหนึ่ง ก็เลยเป็นข่าว

 

ผลการพิสูจน์ เริ่มแรก กรมสรรพสามิตเอาไปพิสูจน์ บอกว่าไม่ใช่ไวน์ปลอมเพราะไม่มี ethanol อยู่เลย ก็หมดความรับผิดชอบ

 

ภายหลังตำรวจบอกว่า นำไปใส่ถ้วยพลาสติกถึงกับถ้วยนิ่มเกือบละลาย แสดงว่าน่าจะเป็นสารพวก solvent

 

ต่อมาศูนย์พิษวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ตรวจพบว่าเป็นสารตัวทำละลายอย่างแรง หลังจากนั้นสองวันผลพิสูจน์ออกว่าเป็นสารพิษร้ายแรงชื่อ gamma-hydroxybutyric acid (GHB) ผสมกับสาร gamma-butyrolactone (GBL) และสาร nitrofuran ผู้ให้คำตอบชื่อ ดร.ลัดดา ตั้งบรรลือกาล (จบปริญญาตรีเคมี ปริญญาโทนิติวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล และปริญญาเอกพิษวิทยาจากสหรัฐฯ ครั้งแรกทำงานที่สถาบันวิจัยโภชนาการ ม.มหิดล ต่อมาไปอยู่คณะเวชศาสตร์เขตร้อน และมาอยู่ศูนย์พิษวิทยาหลังจากอาจารย์จินตนา โมกขะเวส ผู้ตั้งห้องปฏิบัติการศูนย์พิษวิทยาเกษียณราชการ)

 

หลังจากข่าวผลพิสูจน์ออกใหม่ๆ ก็มีผู้สันนิษฐานว่าเป็นขบวนการก่อการร้ายจะส่งสารพิษไปให้ชาวอเมริกันตาย ภายหลังมีการให้ความรู้ว่าสาร GHB และ GBL เป็นสารเสพติดตัวใหม่ ใช้ประโยชน์ทำนองเดียวกับยาอี เรียกว่ายาอีน้ำ เลยเปลี่ยนข้อสันนิษฐานใหม่ว่า เจ้าฝรั่งคนนี้แอบลักลอบส่งสารเสพติดเข้าอเมริกา แต่ไม่สำเร็จเพราะติดระบบตรวจสอบของไทย เลยทำให้คนไทยตายไปสองคนเพราะพิษยา

 

ไหนๆ เล่าเรื่องนี้ เลยขอเสนอความเป็นมาของสารเสพติดตัวนี้ให้ทราบ

 

มีการใช้ GHB เป็นสารเสพติดในสหรัฐฯ ตั้งแต่ ค.ศ.1990 เพื่อให้ออกฤทธิ์หลอนและกดประสาท นอกจากนั้นยังสามารถเรียกกล้ามเนื้อได้ด้วย แต่ที่นิยมใช้กันคือนำไปมอมยาร่วมกับสารเสพติดอื่นเพื่อใช้ในการล่วงละเมิดทางเพศ มีรายงานจากเมือง Detroit ว่าใช้ GHB ใน nightclub เพื่อให้มีฤทธิ์เหมือนยา Rohypnol และพบว่าใช้แพร่หลายในแหล่งเที่ยวกลางคืนในเมือง Phoenix, Honolulu, และ Texas มีชื่อเรียกว่า "liquid ecstacy (liquid X)," "somatomax," "scoop," หรือ "grievous bodily harm"

 

ศูนย์ควบคุมการเกิดพิษที่เมือง Miami รายงานว่ามีปัญหาจากการใช้ GHB เพิ่มมากขึ้น ผู้ใช้มีอาการหมดสติ ส่วนที่เมือง New York City มีรายงานการใช้ GHB ในพวกมีอาชีพเกี่ยวกับแฟชั่น และที่เมือง Atlanta ในศูนย์เพาะกายและฟิตเนสมีผู้นำไปใช้เป็นสเตียรอยด์สังเคราะห์เพื่อเรียกกล้ามเนื้อ

 

ผู้ใช้ GHB อากมีอาการหมดสติและชัก เมื่อใช้ร่วมกับยาบ้าจะมีโอกาสชักมากขึ้น หากใช้กับยาอื่นเช่น alcohol จะคลื่นไส้ หายใจขัด ผู้เลิกใช้ GHB อาจมีอาการอยากยา รัฐสภาสหรัฐฯ ได้ออกกฏหมายความผิดจากการใช้สารนี้ (รวมทั้งสารอื่น) เพื่อการข่มขืน ในเดือนตุลาคม ค.ศ.1996

 

ผู้ลักลอบผลิตสามารถเตรียม GHB จาก GBL ได้โดยนำ GBL มาทำปฏิกิริยา alkaline hydrolysis ด้วย NaOH หรือในทางกลับกัน เมื่อนำ GHB มาทำปฏิกิริยากับกรด sulfuric จะได้ GBL

 

 

การตรวจ GHB และ GBL ที่ศูนย์พิษวิทยา คงจะใช้เครื่องมือพวก Gas chromatograph / Mass spectrometer (GC/MS) ซึ่งสามารถพิสูจน์เอกลักษณ์สารอินทรีย์ต่างๆ ได้

 

หากมีผู้เสพสารนี้เข้าไป เราจะตรวจได้อย่างไร
 

ขอเสนอวิธีตรวจในปัสสาวะแบบง่ายๆ ตามที่ Willium C. Alston II และ Karno Ng เขียนลงใน Forensic Science International เมื่อ ค.ศ.2002 ดังนี้

 

วิธีการนี้เป็น colorimetric test สำหรับตรวจ GHB โดยดัดแปลงหลักการ ferric hydroxamate test สำหรับ ester ทำได้เร็วภายใน 5 นาที และมีขีดจำกัดของการตรวจ GHB ที่ 0.5 mg/ml เมื่อใช้ปัสสาวะ 0.3 ml และที่ 0.1 mg/ml เมื่อใช้ปัสสาวะ 1 ml เมื่อตรวจแล้วสาร complex กับ GHB จะเป็นสีม่วง ไม่พบการรบกวนจาก alcohol, phenolic compounds และสารชีวเคมีอื่นในร่างกาย รวมถึง GHB ที่มีระดับปกติในร่างกาย

 

การตรวจโดยย่อคือ ใช้ปัสสาวะ 0.3 ml เติม sulfuric acid conc. 0.5 ml แล้วเติมสารละลาย 0.5M hydroxylamine hydrochloride จากนั้นปรับ pH ให้เป็น 10 ด้วยการเติม 12M NaOH 2 ml แล้วปรับ pH ให้เป็น 2 ด้วยการเติม conc. sulfuric acid 0.4 ml สุดท้ายเติม 0.7M ferric chloride 0.2 ml

 

การแปลผล หากมี GHB หรือ GBL สารละลายชั้นบนจะมีสีม่วง ส่วนผลลบ สารละลายชั้นบนจะมีสีเหลืองถึงน้ำตาลอ่อน พบว่าวิธีนี้สามารถตรวจ GHB/GBL ในปัสสาวะ ในน้ำเปล่า หรือใน ethanol 50% ได้

 

อยากรู้เรื่อง GHB และสารเสพติดต่างๆ ไปดูที่ http://leda.lycaeum.org/?ID=3054

http://leda.lycaeum.org/?ID=10208

มีอะไรให้อ่านเยอะแยะเลยครับ

Tuesday the 21st. หลากเรื่องราว ข่าวเข้มข้น คนเมดเทค
Professional Joomla Templates - 888 Poker Review